เมื่อวันที่ 29 กันยายน 63 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมด้วย นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) ลงพื้นที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี ประชุมชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหาระหว่างผู้บริหารโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ และผู้ปกครอง จากกรณีร้องเรียนโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ พบเหตุครูทำร้ายนักเรียน ณ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้จะไม่ปล่อยให้ภาคราชการทำงานเพียงลำพัง ตนได้แต่งตั้งทีมงาน ซึ่งมี ดร.กมล รอดคล้าย ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ในการตรวจสอบโรงเรียนให้ครอบคลุมทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องใบประกอบวิชาชีพ และขอให้ความมั่นใจว่า จะกำชับ ดูแล และติดตามในทุกเรื่องที่ผู้ปกครองได้แจ้งเข้ามา พร้อมทั้งยืนยันว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีมวยล้มแน่นอน

ผสข.รายงานว่ จากนั้น รมช.ศธ. ได้แจ้งมาตรการแก้ไขปัญหาสำหรับห้อง KG.1E ที่สามารถปฏิบัติได้ทันทีว่า ผู้ปกครองสามารถเข้าถึงกล้องวงจรปิดแบบ Real time ในชั้นเรียน และในมุมต่างๆ ของโรงเรียน รวมบริเวณห้องนอนและทางเดินเข้าห้องน้ำ โดยต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองในระดับชั้นนั้นๆ เรื่องการแจ้งมาตรการแนวทางการแก้ไขปัญหา ปรับปรุง โดยจะมีนักจิตวิทยาจากกระทรวงสาธารณสุขเข้ามาเยียวยาจิตใจนักเรียน และผู้ปกครอง จากเหตุการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นให้ทุกคนทราบอย่างโปร่งใส และจะมีการประเมินระดับจิตวิทยาทุกๆ 6 เดือน

และ เรื่องการจัดการตรวจสอบและแก้ไขปรับปรุงคุณภาพอาหารกลางวันให้เหมาะสม และเป็นไปตามตารางที่ได้แจ้งกับผู้ปกครองในไลน์กลุ่ม รวมถึงระยะเวลาในการรับประทานอาหาร ให้ปรับเป็น 40 นาที โรงเรียนจะปรับปรุงเรื่องความสะอาดในห้องน้ำ ห้องเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอน และระบบสาธารณูปโภคทั้งหมดโดยด่วน โดยผู้ปกครองมีสิทธิที่จะขึ้นไปตรวจสอบด้วยการแจ้งผ่านครูประจำชั้น และแสดงบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตนและเพื่อความปลอดภัยของนักเรียน โรงเรียนจะตรวจสอบมาตรฐานของรถโรงเรียน ทั้งเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่ และเรื่องจำนวนนักเรียนโดยสารที่เหมาะสมต่อ 1 คัน โรงเรียนจะรายงานจำนวนนักเรียนที่ขาด ลา มาสายทุกวัน พร้อมกันนี้จะดำเนินการและจัดการเรื่องการทานน้ำและการเข้าห้องน้ำของนักเรียนอย่างเหมาะสม และจัดให้มีการประชุมผู้ปกครองทุกๆ ปีการศึกษา เพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันทุกชั้นเรียน

นางกนกวรณ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นที่จะต้องหารือเพื่อหาข้อสรุปในวันนี้ (30 ก.ย. 63) ได้แก่ การให้โรงเรียนตรวจสอบและชี้แจง เรื่อง การคัดกรองบุคลากรของโรงเรียน และมีการตรวจสอบวัดระดับจิตวิทยาของบุคลากรอย่างสม่ำเสมอ ให้มีการประเมินเป็นประจำทุกๆ ปี การที่จะให้ทางโรงเรียนชี้แจงเรื่องที่เกี่ยวกับคุณสมบัติของครูประจำชั้น รวมถึงครูแต่ละวิชา การขอให้โรงเรียนชี้แจงเรื่องระบบการเรียนการสอน มาตรฐานที่โรงเรียนใช้และเรื่องการแจ้งข่าวสารกิจกรรมควรมีการแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 อาทิตย์ การให้โรงเรียนพิจารณาเรื่องห้องเรียนให้คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ ค่าเสียเวลาผู้ปกครอง ค่าน้ำมัน ค่าพยาบาล ค่าทำขวัญเด็กและผู้ปกครอง การให้โรงเรียนจัดเตรียมนักจิตวิทยาประจำโรงเรียน และ เรื่องค่าใช้จ่ายที่ให้เรียนฟรีตลอดปีการศึกษา เช่น ค่าเทอม ค่า Summer Course และค่าเรียนพิเศษตลอดทั้งปี

ทางด้าน นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการ กช. กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มีหลักเกณฑ์การเก็บค่าธรรมเนียมของหลักสูตร EP ว่าสามารถเก็บค่าธรรมเนียมได้ภาคเรียนละ 40,000 บาท รวมไม่เกิน 80,000 บาท ต่อปี จึงแจ้งว่าหากผู้ปกครองท่านใด ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเกินกว่า 80,000 บาท ต่อปี ทางโรงเรียนยินดีจะคืนเงินให้ทั้งหมด สำหรับประเด็นการขอตรวจสอบใบประกอบวิชาชีพครูของแต่ละชั้นเรียนนั้น ขณะนี้ทางโรงเรียนได้รวบรวมใบประกอบวิชาชีพครูทุกท่านและจะชี้แจงผู้ปกครองทุกคนต่อไป ขณะนี้ สช. ได้ออกแนวปฏิบัติให้โรงเรียนเอกชนทุกแห่ง ติดประกาศผังรายชื่อครู และแสดงใบอนุญาตประกอบอาชีพครูอย่างเปิดเผย โดยให้มีภาพถ่าย ชื่อ-นามสกุล เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และวันหมดอายุ เพื่อให้ผู้ปกครองและผู้หวังดีช่วยกันเป็นหูเป็นตา อีกทั้งเป็นการปิดช่องว่างไม่ให้มีการรับครูที่ไม่ได้มาตรการมาสอนในโรงเรียนเอกชน ซึ่งหากพบว่า ใบอนุญาตประกอบอาชีพครูหมดอายุ ก็จะมีความผิดเทียบเท่ากับผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบอาชีพครูเช่นกัน โดยทาง สช. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวม 12 ท่าน เพื่อดำเนินการตรวจสอบโรงเรียนนี้อย่างเร่งด่วน หากพบว่ามีความผิดก็จะดำเนินคดีถึงที่สุด สำหรับเรื่องกล้องวงจรปิด หลังจากที่ได้สั่งการให้ทางโรงเรียนส่งข้อมูลให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดไปแล้วนั้น ขณะนี้อยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *