เมื่อวันที่ 25 ม.ค. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงความพร้อมเปิดการเรียนการสอนหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสติดเชื้อโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ที่กำหนดเปิดเรียนในวันที่ 1 ก.พ.นี้ ว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยทาง สธ.มีข้อห่วงใย และกังวลเกี่ยวกับการเปิดการเรียนการสอนใน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี ซึ่งเราจะยึดเรื่องความปลอดภัยเป็นหลักในการพิจารณา ทั้งนี้ ตนยังได้นำเสนอแนวทางการเปิดการเรียนการสอนสำหรับกรณีของการศึกษาในระดับปฐมวัยที่ ศธ.ได้มีการดำเนินการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์โควิด-19 มาแล้วถึง 2 ครั้ง และหากเราสามารถบริหารจัดการการดูแลเด็กเล็กที่โรงเรียนได้น่าจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่สุด ส่วนกรณีของจังหวัดที่เป็นพื้นที่เสี่ยงสูงสุดก็อาจจะมีการให้เรียนในรูปแบบแบ่งกลุ่มและสลับวันเรียน อย่างไรก็ตาม เราคงต้องพิจารณามาตรการหลายๆ รูปแบบให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ด้วย

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ

ต่อข้อถามว่ามีการเผยแพร่ภาพนักเรียนที่เรียนออนไลน์กลางแจ้ง เนื่องจากสัญญาณอินเทอร์เน็ตเข้าไม่ถึงที่อยู่อาศัยนั้น นายณัฏฐพล กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มีบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ซึ่งตนคิดว่าหน่วยงานนี้จะเป็นตัวเชื่อมกับ ศธ.ให้เราสามารถเห็นภาพได้ว่ายังคงมีจุดอ่อนในเรื่องของอินเทอร์เน็ตตรงไหน และจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร โดยตนจะนำแผนการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพชุมชน และโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง มาพัฒนาเป็นหลักก่อน อีกทั้งในส่วนของอินเทอร์เน็ตในโรงเรียน ศธ.มีความพยายามที่จะให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทุกบริษัทเข้าไปถึงโรงเรียนอยู่แล้ว และ ศธ.ก็สนับสนุนงบประมาณเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ซึ่งตนคิดว่าไม่น่าจะมีโรงเรียนไหนที่ไม่สามารถจัดสรรอินเทอร์เน็ตในการจัดการศึกษาได้

รร.ในสังกัดทั้ง 437 แห่ง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน พร้อมเปิดเรียน

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ฯกทม. กล่าวว่า โรงเรียนในสังกัดกทม. 437 แห่ง เตรียมพร้อมเปิดการเรียนการสอนตามปกติ ซึ่งอาจจะเป็นวันที่ 1 ก.พ.นี้หลังจากที่ปิดมานานเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ แต่ก็ยังต้องรอประกาศเป็นทางการจากศบค.อีกครั้ง

ทั้งนี้ ในวันที่ 27 ม.ค.นี้ โรงเรียนสังกัดกทม.ทั้ง 437 แห่งจะจัดกิจกรรมBig Cleaningพร้อมกัน เพื่อเตรียมพร้อมหากมีประกาศให้เปิดการเรียนการสอนและเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครอง

จากนั้นสำนักพัฒนาสังคมได้รายงานมาตรการสำหรับศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันกทม.มีศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนกรุงเทพมหานคร 292 ศูนย์ ในพื้นที่ 45 สำนักงานเขต (ยกเว้น บางบอน บางรัก สัมพันธวงศ์ พระนคร และบางกอกใหญ่) โดยได้ดำเนินการตามมาตรการเพื่อเตรียมพร้อมเปิดศูนย์แบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้ ระยะเตรียมการก่อนเปิด และระยะเปิดดำเนินการ โดยยึดตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด

สำหรับระยะเตรียมการก่อนเปิด ประกอบด้วย ติดตั้งแผนกรองอากาศ ทำความสะอาดพื้นผิว การเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ล้างมือ ในส่วนอาสาสมัครผู้ดูแลเด็ก ได้จัดอบรมหลักสูตรด้านพัฒนาเด็กปฐมวัยเรื่องการป้องกันโรค การเตรียมการสอนและจัดกิจกรรมโดยรักษาระยะห่าง รวมทั้งประชาสัมพันธ์แจ้งผู้ปกครองให้เตรียมเด็กให้พร้อม หลีกเลี่ยงไปสถานที่แออัด และหมั่นให้เด็กๆล้างมือด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์
ระยะเปิดดำเนินการ ประกอบด้วย 1.การคัดกรองอาสาสมัครผู้ดูแลเด็ก วัดไข้ น้ำมูก ซักประวัติ 2.คัดกรองผู้ปกครองและเด็กก่อนวัยเรียน วัดไข้ น้ำมูก ซักประวัติ 3.การรับ-ส่งเด็กประจำวัน กำหนดช่องทางเข้า-ออกทางเดียว เว้นระยะห่าง 2 เมตร จำกัดมิให้แออัดหรือรวมกลุ่ม 4.หน้ากากอนามัย สวมหน้ากากอนามัย 100% 5.ล้างมือ จัดให้มีจุดล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ ล้างมือทุก1-2 ชั่วโมง 6.การจัดอัตราส่วนเด็กก่อนวันเรียน (Small Group) จัดกลุ่มกิจกรรม ไม่เกินกลุ่มละ 5 คนต่ออาสาสมัครผู้ดูแลเด็ก 1 คน เว้นระยะห่างระหว่างกลุ่ม 7.การจัดกิจกรรมภายในศูนย์ฯ ยึดหลักเกณฑ์ 2 ตรม./คน จัดพื้นที่การเรียนรู้เป็นรายบุคคลและลดเวลาทำกิจกรรมเท่าที่จำเป็น ใช้อุปกรณ์เป็นรายบุคคล เป็นต้น

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *