นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงข้อสั่งการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ที่เห็นร่วมกันอยากให้ปรับเรื่องลดการบ้านของนักเรียน การวัดประเมินผลนักเรียน และลดเวลาเรียน ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาของสพฐ.ไปดำเนินการขับเคลื่อนเรื่องนี้แล้ว จากจะสรุปประมวลผลแนวทางลดการบ้านนักเรียนมอบให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ภายในวันที่ 15 ก.ย. เพื่อนำสู่ไปสู่การปฏิบัติจริงให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมต่อไป
 
           “การดำเนินการเรื่องนี้มีความเห็นจากโรงเรียนส่วนหนึ่งกังวลเรื่องข้อจำกัดที่เด็กระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจะต้องเน้นการเรียนเชื่อมโยงกับการเรียนต่อในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งผมได้มอบเป็นแนวทางว่าให้มีการทดลองลดการบ้านไปก่อน หากทำแล้วสิ่งใดที่เป็นข้อจำกัดค่อยมาปรับแก้ไขต่อไป ส่วนการวัดประเมินผลนักเรียนสพฐ.ได้ตั้งคณะทำงานวิเคราะห์เรื่องนี้แล้ว  ทั้งนี้โรงเรียนต้องช่วยสื่อสารกับพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กด้วย เพราะอาจจะมีพ่อแม่บางคนที่ยังติดภาพว่านักเรียนจะต้องมีการบ้าน แต่ปัจจุบันผู้ปกครองมาบ่นกับตนว่าเด็กได้การบ้านเยอะ เด็กไม่ได้พัก เพราะถ้ามีครูสอน 5 คน ก็ให้การบ้าน 5 อย่าง แต่ถ้าครูทั้ง 5 คน มาคุยกันและตกลงว่าจะให้การบ้านเด็กเท่าที่จำเป็นได้หรือไม่” เลขาธิการกพฐ.กล่าว

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการลดการบ้านนักเรียนระหว่างนี้จะเป็นการแจ้งแนวทางปฏิบัติเรื่องลดการบ้านให้โรงเรียนรับทราบ จากนั้นจะเริ่มทดลองลดการบ้านนักเรียนจริงในภาคเรียนที่ 2 เดือนธันวาคมนี้ ทั้งนี้การปรับลดการบ้านเรามองว่าไม่ใช่เรื่องยาก เพราะโรงเรียนแต่ละแห่งมีกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนลงมือทำอยู่แล้ว อีกทั้งสามารถผสมผสานการเรียนในห้องเรียนกับเทคโนโลยีได้ ดังนั้นครูจะต้องให้การบ้านเด็กจบในชั่วโมงเรียน

ทั้งนี้ข้อมูลของสำนักวิชาการฯ ได้วิจัยเรื่อง ” การให้การบ้าน” เมื่อปี 2547 โดยมีเอกสารการวิจัยยืนยันว่าการทำการบ้านของเด็กโดยเฉพาะเด็กเล็ก หากเกิน 1 ชั่วโมงเด็กจะเกิดความเครียด จึงกำหนดเวลาที่ใช้ในการทำการบ้านแต่ละวัน ดังนี้ ป.1-3 ประมาณ 30 นาทีไม่เกิน 1 ชั่วโมง ป.4-6 ประมาณ 1 ชั่วโมงไม่เกิน 1 ชั่วโมง 30 นาที ขณะที่เด็กโต ม.1-6 ไม่เกิน 2 ชั่วโมง
          สำหรับ 3 แนวทาง ลดการบ้าน ลดเวลาเรียน และ วิธีประเมินผล จะเป็นเรื่องที่สัมพันธ์กัน คือ การลดการบ้าน จะมีการวางโครงสร้างการเรียนรู้ใหม่ เน้นทำแบบฝึกหัดในห้องเรียน และมอบหมายให้เด็กไปค้นหว้าหาความรู้ เตรียมข้อมูลสำหรับการเรียนในวันต่อไป

ข้อสอบ จะปรับเป็นแบบอัตนัย เน้นการเขียนบรรยายมากกว่ากากบาทคำตอบ ส่วนการประเมินผล จะประเมินจากกิจกรรมการเรียนรู้ของเด็กๆ เช่น วิชาประวัติศาสตร์ จะนำเหตุการณ์จริง มาเป็นประเด็น ที่ทั้งนักเรียนและครูจะคิดวิเคราะห์แลกเปลี่ยนความรู้กัน เช่น การเสียกรุงครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในปีไหน และปีนั้น มีเหตุการณ์สำคัญอะไรบ้าง มาแลกเปลี่ยนกัน

การดำเนินการในรูปแบบนี้ เรียกว่า ห้องเรียนกลับด้าน หรือ flipped classroom เมื่อเด็กมีความรู้ความเข้าใจแล้ว จะทำให้เวลาเรียนลดลงไปโดยปริยาย โดยในส่วนนี้ จะเริ่มจากโรงเรียนสังกัด สพฐ. ระดับ อนุบาล ประถม และ มัธยมก่อน

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *