วันนี้ (19 สิงหาคม 2563) นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค และรศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าพบหญิงไทยตรวจพบสารพันธุกรรมของเชื้อโควิด 19 ขณะเตรียมตัวเดินทางไปทำงานต่างประเทศ นั้น กรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า ตามที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ทำการตรวจสุขภาพหญิงไทย 2 ราย อายุ 34 และ 35 ปี ซึ่งมาขอใบรับรองแพทย์ประกอบการเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ โดยมีการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ทางห้องปฏิบัติการ และผลพบสารพันธุกรรมในปริมาณน้อย จากข้อมูลการสอบถามทั้งสองรายนี้ ไม่มีไข้ ไม่มีอาการป่วยทางเดินหายใจ และอยู่ระหว่างการส่งตัวอย่างตรวจยืนยันด้วยวิธีการเพาะเชื้อ เพื่อประกอบการสรุปผลการวินิจฉัยต่อไป โดยขณะนี้ทั้งสองรายอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาล โดยได้แจ้งข้อมูลให้กับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ทราบและตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

รศ.นพ.สุรศักดิ์ ให้ข้อมูลว่ารายแรก เป็นเพศหญิง อายุ 34 ปี เคยทำงานที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เดินทางกลับมาไทยเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 63 ไม่มีอาการ เข้ากักตัวที่สถานกักกันที่ราชการกำหนด 2 สัปดาห์ ทำการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ครั้งที่ 1 วันที่ 5 มิ.ย. ตรวจพบสารพันธุกรรมปริมาณน้อย สรุปผลการตรวจหาเชื้อกำกวม (Inconclusive result) และตรวจครั้งที่ 2 วันที่ 13 มิ.ย. ผลไม่พบเชื้อ เมื่อกักกันครบ 2 สัปดาห์ ได้รับอนุญาตเดินทางกลับภูมิลำเนา จังหวัดชัยภูมิ และพักแยกตัวจนครบ 30 วัน ต่อมาในวันที่ 17 ส.ค. 63 เตรียมตัวเดินทางต่างประเทศ จึงได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ที่ร.พ.รามาธิบดี ผลการตรวจวันที่ 18 ส.ค. 63 พบสารพันธุกรรมของเชื้อโควิด 19 ในปริมาณน้อย และเจาะเลือดตรวจพบภูมิคุ้มกัน ขณะนี้แพทย์รับไว้ดูแลในโรงพยาบาล จึงสรุปว่าเป็นผู้ติดเชื้อรายเดิมที่พบซากเชื้อและเคยอยู่ในสถานที่กักกันจนครบกำหนดแล้ว

ส่วนในรายที่ 2 เป็นเพศหญิง อายุ 35 ปี เคยทำงานที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เดินทางกลับไทยเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 63 เข้ากักตัวที่สถานกักกันที่ราชการกำหนดนาน 2 สัปดาห์ ทำการตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง ไม่พบเชื้อ จึงได้รับอนุญาตเดินทางกลับภูมิลำเนา จังหวัดเลย จากนั้นวันที่ 16 ส.ค. 63 เดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยรถยนต์ส่วนตัว เพื่อเตรียมตัวเดินทางไปทำงานต่างประเทศ และในวันที่ 18 ส.ค. 63 ได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด 19 พบสารพันธุกรรม ขณะนี้ทางร.พ.รามาธิบดี ได้ติดตามนำตัวมาไว้ดูแลที่โรงพยาบาลแล้ว จากข้อมูลทางระบาดวิทยาคาดว่ามีโอกาสที่จะเป็นการติดเชื้อในประเทศได้น้อยมาก อย่างไรก็ตาม ต้องทำการตรวจสอบโดยกระบวนการเดียวกับรายแรก เมื่อได้ผลเป็นอย่างไรจะแจ้งให้ทราบต่อไป

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า หลังจากได้รับรายงานในเรื่องนี้ ทีมปฏิบัติการสอบสวนควบคุมโรค ของกรมควบคุมโรค ได้ทำการสอบสวนเบื้องต้นเพื่อให้ได้ประวัติเสี่ยง และผู้อยู่ใกล้ชิดกับผู้หญิงสองรายนี้ ขณะนี้ได้ดำเนินการประสานกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อค้นหาและติดตามตัวผู้อยู่ใกล้ชิดในครอบครัวและชุมชน พร้อมสอบสวนเพิ่มเติมและแนะนำให้เฝ้าระวังอาการ ปฏิบัติตัวป้องกันโรค ต่อไป ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรฐานการป้องกันควบคุมโรคของประเทศไทยที่มีระบบเข้มแข็ง และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนกำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อสอบสวนและควบคุมโรคดังกล่าว และขอให้ประชาชนดูแลป้องกันตนเอง ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัดต่อเนื่องเช่นเดิม “สวมหน้ากาก ล้างมือ แยกของใช้ เว้นระยะห่าง ลดแออัด” หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

นพ.ธนรักษ์

ขณะที่ในวันนี้ วันนี้ (19 สิงหาคม 2563) ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1 ราย เป็นผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศอินเดีย และเข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 1 ราย ทำให้มีผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,199 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 94.59 ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 125 ราย หรือร้อยละ 3.70 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 58 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,382 ราย

      สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ เดินทางกลับจากประเทศอินเดีย เป็นเพศหญิง อายุ 37 ปี สัญชาติไทย อาชีพพนักงานนวด เดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 8 สิงหาคม 2563 เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) ในจังหวัดชลบุรี พบเชื้อจากการตรวจในครั้งที่ 2 วันที่ 17 สิงหาคม 2563 (วันที่ 9 ของการกักตัว) ไม่มีอาการ โดยก่อนหน้านี้พบผู้ติดเชื้อจากเที่ยวบินเดียวกัน 18 ราย

      สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั่วโลกขณะนี้ยังคงมีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง ซึ่งประเทศไทยยังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ คนในประเทศยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเอง เนื่องจากมีบทเรียนจากต่างประเทศที่พบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนอีกครั้งจากการรวมตัวของคนจำนวนมาก ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้สามารถทำให้การแพร่ระบาดมีความรุนแรงแล้วกระจายเป็นวงกว้างได้

      อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมในการจัดการความเสี่ยงให้ผู้ติดเชื้อในประเทศอยู่ในระดับต่ำ  มีการเฝ้าระวัง และค้นหากลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ 1. ผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศ  ซึ่งสถานที่กักตัวทั้งที่รัฐจัดให้ และสถานที่กักตัวทางเลือก (โรงแรม,โรงพยาบาล) ต้องเข้มงวดในมาตรการเฝ้าระวังกักตัวผู้เดินทาง  2. แรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย 3. การรวมตัวของคนจำนวนมาก 4. กำชับให้โรงพยาบาลทุกสังกัด ค้นหา ตรวจคัดกรองผู้ป่วยโรคปอดอักเสบทุกราย รวมทั้งในบุคลากรทางการแพทย์

      “การพบผู้ติดเชื้อรายใหม่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ที่สำคัญคือจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ในประเทศ ซึ่งขึ้นอยู่กับความร่วมมือของคนไทยทุกคน” นายแพทย์ธนรักษ์กล่าว

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *