ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 12 มี.ค.64 ห้องสนทนาคลับเฮาส์ ห้อง “วัคซีนไทยควรไปต่อหรือพอแค่นี้” ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข (สธ.) เข้าร่วมตอบคำถามประชาชนในห้องดังกล่าว โดย นายอนุทิน ได้ชี้แจงแผนการให้บริการวัคซีน ซึ่งยังเป็นไปตามเป้า ขณะเดียวกัน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ได้เข้ามาในห้องสนทนา พร้อมตั้งคำถามถึงนายอนุทินว่า นายอนุทิน โกหกประชาชน ประเด็นแผนการบริหารจัดการวัคซีน ที่หน่วยงานราชการ เสนอต่อกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร
นายอนุทิน กล่าวว่า จะเป็นไปได้อย่างไรที่ รองนายกรัฐมนตรีโกหกประชาชน สิ่งที่คุณธนาธรพูดว่า เราเสนอไปว่าจะฉีดจนถึงสิ้นปี 2023 อันนั้นอาจเป็นแผนแรก แต่ตอนนี้เราเข้าถึงแล้ว เรารู้แล้วว่าเขาจะจัดส่งมา ตามสัญญาที่เขามีกับเรา เริ่มตั้งแต่เดือน มิ.ย.เป็นต้นไป เราก็ไปปรับแผนของเรา ให้ครบ 61 ล้านโดส ภายในสิ้นปี ตามที่เราได้สั่งใน 2 ล็อตแรกก่อน หลังจากนั้น นายอนุทิน ก็ออกจากห้องสนทนา และ ได้มาโพสต์ข้อความลงบนเฟชบุ๊กส่วนตัว อนุทิน ชาญวีรกุล โดยระบุว่า ใครโกหกประชาชน ? และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจใช้ข้อมูลเก่า ( อ่านตามลิงค์ https://www.facebook.com/AnutinC/posts/4202677233100459)

ขณะที่วันเดียวกันนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดย อธิบดีกรมควบคุมโรคก็ได้ แถลงข่าว ระบุว่า สิ่งที่นายธนาธร พูดแผนการฉีดวัคซีนเป็นแผนเก่า ( ตามลิงค์ http://www.thedailypostthailand.com/news/%e0%b8%aa%e0%b8%98-%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%89-%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%a3-%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%89%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%8b%e0%b8%b5/ )

หลังจากนั้น นายธนาธร ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว พูดถึงปัญหาของวัคซีนว่ารัฐบาลจำเป็นต้องมีแผนสอง ปัญหาวัคซีนจาก AstraZeneca ตอกย้ำให้เห็นแล้วว่าการไม่กระจายความเสี่ยง คือความผิดพลาดในการบริหารวัคซีนของรัฐบาล

โดยมีรายละเอียด ว่า [ ผมไม่แน่ใจว่าคุณอนุทินสับสนไทม์ไลน์เอง หรือตั้งใจบิดเบือนประเด็นมาบอกว่าผมโกหกประชาชน ทั้งที่ตัวเองกำลังโกหกคำโตอยู่ ]
.
พอดีเมื่อคืนผมเห็นว่ามีห้องคลับเฮาส์ที่พูดคุยแลกเปลี่ยนกันเรื่องวัคซีนโควิดเลยกดเข้าไปฟังโดยไม่ได้ตระหนักแต่แรกว่ามีคุณอนุทินอยู่ในห้องด้วย และเมื่อผู้ดำเนินรายการเชิญให้ผมขึ้นพูด ผมก็ปฏิเสธและขอฟังคนอื่นพูดคุยแลกเปลี่ยนกันไปก่อน เนื่องจากผมเองก็กำลังทานอาหารอยู่ด้วย
.
ผู้ดำเนินรายการจึงถามคุณอนุทินว่า “ทำไมเราเลือกไลเซนส์ AstraZeneca ให้แก่ Siam Bioscience เป็นผู้ผลิต?” และ “ทำไมเราถึงต้องเลือกบริษัท Siam Bioscience ด้วย?” เมื่อผมฟังคำตอบของคุณอนุทินแล้ว ผมยังยืนยันว่าคุณอนุทินไม่ได้พูดความจริงกับประชาชน โดย:
.
1.ประโยคที่ว่า AstraZeneca มีความพร้อมที่จะส่งมอบวัคซีนตามกำหนด หรือที่คุณอนุทินพูดว่า “สอดคล้องกับเวลาที่เราต้องการ” นั้นมีปัญหาแน่ๆ เพราะเมื่อ 26 พฤศจิกายน 2563 เอกสารกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ที่ชี้แจงในชั้น กมธ. ยังบอกเองว่าจะมีไทม์ไลน์การฉีดวัคซีนในประเทศไทยจนถึงปี 2566 หรืออีก 3 ปี หลังจากนี้จึงจะฉีดได้ประมาณ 50% ของประชากร
.
หมายความว่าฉีด 50% ได้ภายในปลายปี 2566 หรืออีก 3 ปีหลังจากนี้ เรียกว่าตรงต่อเวลาที่เราต้องการหรือ?
.
คุณอนุทินยังมาโพสต์ตามหลังอีกว่าผมโกหกประชาชนโดยใช้แผนไทม์ไลน์เก่า ตอนนี้ปรับใหม่แล้ว ปัญหาคือรัฐบาลเพิ่งประกาศแผนใหม่เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2564 (หรือเมื่อ 67 วันที่แล้วเอง) ให้ฉีดได้เพียง 50% ของประชากรภายในสิ้นปี 2564
.
แต่ประเด็นใหญ่ก็คือแผนเดิมของรัฐบาล ที่บอกว่า AstraZeneca จะส่งมอบวัคซีนปี 2564 ได้แค่ 16 ล้านโดส และปี 2565 อีก 10 ล้านโดส แล้วจะบอกว่าตรงกับความต้องการเวลาส่งมอบ ซึ่งเพิ่งมาเปลี่ยนเป็นส่งมอบทั้ง 26 ล้านโดสภายในปีนี้ได้อย่างไร?!?


.
สรุปแล้ว ที่คุณอนุทินชี้แจงว่าตอนดีลกันเมื่อปีก่อน แล้วบอกว่าเขาจะส่งมอบวัคซีนให้ “สอดคล้องกับเวลาที่เราต้องการ” นี่คือไทม์ไลน์ไหนกันแน่ ไม่แน่ใจว่าคุณอนุทินตั้งใจบิดเบือนประเด็นที่ผมคุย หรือคุณแอบสับสนเองหรือเปล่า?
.
การปรับเปลี่ยนแผนทีหลังเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ตอนเซ็นสัญญานี่ยังเป็นแผนเดิมคือฉีด 50% ภายในปลายปี 2566 (ซึ่งช้ามากๆ ประชาชนคนทำมาหากินเขารอไม่ได้แน่ๆ) แล้วค่อยมาปรับแผนทีหลัง แล้วจะมาบอกว่าผมโกหกได้อย่างไร? ก็ในเมื่อตอนดีลคุณดีลอยู่บนไทม์ไลน์นี้
.
2.คุณอนุทินบอกว่ารัฐบาลไทยไม่ได้เป็นคนเลือก Siam Bioscience แต่เพราะเราทำสัญญากับ AstraZeneca ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัคซีน และคัดเลือก Siam Bioscience ให้เป็นผู้ผลิตในประเทศไทยเอง ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นโรงงานที่มีความพร้อมที่สุด ไม่เกี่ยวอะไรกับรัฐบาลไทย เราไม่ได้มีสัญญาอะไรกับ Siam Bioscience
.
แต่จากร่องรอยเอกสารราชการทั้งหมดที่มี บ่งชี้ไปว่ารัฐบาลไทยเริ่มกระบวนการให้การสนับสนุนงบประมาณแผ่นดินไปช่วยเตรียมความพร้อมให้แก่บริษัทเอกชนแห่งนี้อย่างน้อย 6 ร้อยล้านบาท ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563 ก่อนที่จะมีการลงนาม 4 ฝ่ายใน Letter of Intent เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2563 เพื่อจัดหาวัคซีน AstraZeneca ให้แก่รัฐบาลเสียด้วย
.
แล้วคุณอนุทินจะมาบอกว่าการตั้ง Siam Bioscience ให้เป็นผู้ผลิตในประเทศไทย เป็นการตัดสินใจฝ่ายเดียวของ AstraZeneca ไม่เกี่ยวอะไรเลยกับรัฐบาลไทย รัฐบาลไทยไม่รู้ไม่เห็นได้อย่างไร!?!
.
สุดท้าย ผมยังยืนยันคำเดิม “คุณอนุทินโกหกประชาชนแบบนี้ไม่ได้นะครับ

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *