สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล คุณภาพอากาศในหลายพื้นที่เริ่มเกินค่ามาตรฐาน และคาดว่า เมื่ออากาศเย็นลงมากกว่านี้ ตัวเลขค่าฝุ่นละอองจะเกินค่ามาตรฐานมากขึ้น ซึ่งท้องฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่น กำลังจะกลายเป็นฤดูกาลฝุ่นที่คนกรุงจะต้องเผชิญในฤดูหนาวทุกๆปี
นายสนธิ คชวิฒน์ นักวิชการด้านสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลที่ผ่านมา ว่า
1.คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่1ตค.2562ได้เห็นชอบกับแผนปฎิบัติการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยกำหนดให้รถยนต์ที่ขายตั้ง แต่ปี2564เป็นต้นไป ต้องผ่านมาตรฐานเครื่องยนต์ระดับยูโร5และในปี2565ต้องผ่านมาตรฐานเครื่องยนต์ยูโร6(กล่าวคือต้องใช้น้ำมันที่มีค่ากำมะถันไม่เกิน10 ส่วนในล้านส่วนจะทำให้ค่าควันดำจากรถยนต์ดีเซลน้อยลงอย่างมาก
2.แต่เพียงไม่นานคณะกรรมการสิ่งแวด ล้อมแห่งชาติกลับเปลี่ยนมติโดยมีมติใหม่เมื่อวันที่ 20กค.63 กำหนดให้รถยนต์ที่ขายต้องได้มาตร ฐานเครื่องยนต์ยูโร5 เลื่อนออกไปเป็นปี2567(เดิมพ.ศ.2564) และยูโร 6เป็นปี 2568 (เดิมพ.ศ.2565) หรือขยับช้าออกไปอีก 3 ปี ส่วนมาตรฐานของนํ้ามันยูโร5 ยังคงเดิมคือวันที่ 1 มกราคม 2567
3.ปัจจุบันประเทศไทยมีรถขนาดใหญ่ที่ทั้งหมดยังเป็นเครื่องยนต์ยูโร 3 รถยนต์เล็กเป็นยูโร4และใช้น้ำมันที่มีค่ากำมะถันในน้ำมันดีเซลที่มีค่ากำมะถัน50ส่วนในล้านส่วนหรือน้ำมันยูโร4 ซึ่งจะปล่อยควันดำออกมามาก ยิ่งใช้กับเครื่องยนต์ยูโร3ด้วยแล้วยิ่งปล่อยควันดำมากยิ่งขึ้น ดังนั้นประเทศไทยก็ยังคงจมอยู่กับฝุ่น PM2.5 ต่อไปอีกไม่ต่ำกว่า3ปีโดยเฉพาะในกทม.ที่มีรถเครื่องยนต์ดีเซลจดทะ เบียนวิ่งอยู่ประมาณ10.3 ล้านคัน
4.หากรถยนต์ใหม่เป็นเครื่องยนต์มาตร ฐานยูโร5หรือ6แล้วก็ต้องใช้น้ำมันที่เป็นมาตรฐานยูโร5หรือ6ด้วยคือมีค่ากำมะ ถันในน้ำมันไม่เกิน10ส่วนในล้านส่วนจะปล่อยควันดำออกมาน้อยมาก ค่าฝุ่น PM 2.5 ก็จะน้อยลงมากด้วยเช่นกัน
5.นี่คือความไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหาฝุ่นPM2.5ให้ประชาชนของภาครัฐแต่กลับเห็นใจค่ายรถยนต์มากกว่า เพราะฉะนั้นในช่วงฤดูหนาวไม่ต่ำกว่า3ปีคนที่อยู่ในเมือง เช่นกรุงเทพก็ยังจะเจอภัยคุก คามจากฝุ่นPM2.5 ต่อไป

ขณะที่เช้าวันนี้ เฟชบุ๊กเพจกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ได้รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง โดยผลการตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) วันที่ 27 ตุลาคม​ พ.ศ. 2563 เวลา 07.00 น ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง พบว่าเกินค่ามาตรฐานจำนวน​ 1 พื้นที่ คือ เขตบางคอแหลม โดยตรวจวัดได้ในช่วง 27-52 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) คิดเป็นร้อยละ 2 จากจำนวนเขตที่มีสถานีตรวจวัดทั้งหมด คุณภาพอากาศส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง-ดี​ เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพในบางพื้นที่

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *