“หมอเกียรติภูมิ” มีคำสั่งพักปฏิบัติหน้าที่ประจำ “ผอ.รพ.นครพิงค์-นพ.สสจ.เชียงใหม่” หลังข่าวฉีดวัคซีนแขกวีไอพี ชี้เป็นไปตามหลักเมื่อมีการตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง ต้องให้ขรก.เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ คาด 1-2 วันทราบผลพร้อมแถลงข่าวให้สาธารณชนทราบ

ตามที่เพจดัง facebook Infectious ง่ายนิดเดียว มีการโพสต์เฟซบุ๊กว่า การฉีดวัคซีนโควิดล็อตแรกที่จ.เชียงใหม่ มีการฉีดให้แก่แขกวีไอพีแทนบุคลากรสาธารณสุขด่านหน้าทั้งรัฐและเอกชน และปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ โดยล่าสุดมีข่าวว่า ปลัดสธ.ลงนามสั่งย้าย นพ.วรเชษฐ เต๋ชะรัก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ และนพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างการสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ด้วยนั้น

เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2564 นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่า เรื่องนี้มีผลกระทบจึงต้องตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง โดยมีนพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ เป็นประธานสอบเรื่องนี้ ซึ่งสอบเรื่องนี้และกลับมาแล้ว โดยขณะนี้เหลือรอเอกสาร รายละเอียดต่างๆ ส่วนการสั่งย้ายนั้น ก็ไม่ใช่ เพราะเป็นเพียงการพักจากหน้าที่ประจำคือ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ โดยให้ทั้ง 2 ท่านไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานเขตสุขภาพเชียงใหม่แทน

“เมื่อมีการสอบสวนเรื่องนี้แล้วเสร็จ 1-2 วัน และพบว่าไม่มีมูลใดๆ ก็กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม ซึ่งการดำเนินการแบบนี้เป็นเรื่องปกติของทางราชการที่ต้องปฏิบัติเมื่อมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน แต่ขอให้เข้าใจว่า เรื่องนี้สำคัญเพราะเมื่อมีกระแสข่าวออกไปย่อมทำให้คนสงสัย และอาจเข้าใจผิดในเรื่องการจัดสรรกระจายวัคซีนโควิด ซึ่งล็อตแรก 2 แสนโดสเป็นล็อตสำคัญต้องให้ได้อย่างถูกต้องตามเกณฑ์” นพ.เกียรติภูมิ กล่าว และว่า เมื่อผลสอบออกจะแถลงต่อสาธารณชนทราบต่อไป


ขณะเดียวกันวานนี้ (3 มีนาคม) เพจ Infectious ง่ายนิดเดียว ได้โพสต์ขอโทษโดยระบุว่า ขอโทษ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลนครพิงค์ โดยอ้างว่าไม่ได้คิดทำร้ายใคร และโพสต์เพื่อให้เกิดการตรวจสอบ โพสที่ผ่านมา เพียงเพื่อให้ตรวจสอบว่ากระทรวงสาธารณสุขเราไม่ถูกแทรกแซงจากฝ่ายปกครอง ไม่ได้ให้ร้ายท่าน ผอ รพ หรือผู้บริหาร กระทรวงสาธารณสุข จุดประสงค์เดียวคือเพราะเกรงว่าเจ้าหน้าที่ใน รพ. จะไม่ได้วัคซีน

อย่างไรก็ตาม เพจดังกล่าวได้รับการวิจารณือย่างหนักว่าจะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และ โรงพยาบาลนครพิงค์ อย่างไร และการขอโทษคงไม่ทำให้จบเท่านั้น และเรียกร้องให้มีการฟ้องร้องเอาผิดเพจดังกล่าว

และเมื่อวานนี้ รพ.โรงพยาบาลนครพิงค์ ได้แถลงข่าว ยืนยัน ไม่มี VIP มาแซงคิว โดยแพทย์หญิง ลดาวรรณ หาญไพโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ พร้อมผู้บริหารและตัวแทนแพทย์พยาบาล รวมทั้งบุคลากรของโรงพยาบาล ร่วมกันแถลงชี้แจงประเด็นเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการฉีดให้กลุ่ม VIP โดยระบุว่า สืบเนื่องจากการที่จังหวัดเชียงใหม่ได้รับการจัดสรรวัคซีนในรอบแรกนี้ จำนวน 1,750 ราย เนื่องจากเป็นพื้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดสรรวัคซีนออกเป็น 2 ส่วน คือ
1. จัดสรรให้โรงพยาบาลต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวน 1450 ราย (ในจำนวนนี้รพ.นครพิงค์ได้รับการจัดสรร 455 ราย)
2. จัดสรรให้บุคลากรด่านหน้าที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโควิด เช่น อสม. ปภ. การท่าอากาศยาน สำนักงานหนังสือเดินทาง อส. ทหารและตำรวจ ที่ทำงานใน local quarantine ฝ่ายปกครองและภาคการบริการและท่องเที่ยว 300 ราย
รพ.นครพิงค์รับหน้าที่ในการฉีดวัคซีนให้กับบุคคล 4กลุ่มดังนี้ คือ
1.บุคลากร รพ.นครพิงค์ 455 คน
2. บุคลากร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ 26 คน
3. บุคลากร กรมควบคุมโรค 22 คน
4. กลุ่มบุคลากร ด่านหน้าที่มีความเสี่ยงสัมผัสผู้ป่วยและบุคลากรภาคบริการและการท่องเที่ยว 300 คน
รวมทั้งหมด 803 ราย โดยรายชื่อทั้ง 300 คน นี้ได้รับจัดสรรโดยคณะ กรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ และส่งให้รพ.นครพิงค์เพื่อทำการฉีดวัคซีนต่อไป


จากการสำรวจ บุคลากรของรพ.นครพิงค์ที่มีความประสงค์จะรับวัคซีน พบว่า มีความประสงค์จะรับจำนวน 1964 ราย ไม่รับ 309ราย ในรอบแรกนี้รพ.นครพิงค์ได้รับจัดสรรวัคซีน สำหรับบุคลากรจำนวน 455 คน ซึ่งน้อยกว่าจำนวนบุคลากรที่แสดงความจำนงไว้ ทางรพ. นครพิงค์จึงได้จัดลำดับความเสี่ยงเจ้าหน้าที่ตามการสัมผัสผู้ป่วย เป็น 3 ระดับคือ เสี่ยงสูง เสี่ยงมาก และเสี่ยงปานกลาง โดยในรอบแรกนี้จะจัดสรรให้กับกลุ่มเสี่ยงสูงก่อน ซึ่งได้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในการประสานงานการส่งรายชื่อ ทำให้บุคลากรบางท่านเกิดความเข้าใจผิดว่ากลุ่ม 300 คนดังกล่าวเป็น VIP ประกอบกับการที่บุคลากร รพ.นครพิงค์ บางส่วนไม่สามารถลงทะเบียนเพื่อฉีดวัคซีนทางออนไลน์ได้ จากเหตุขัดข้องทางเทคนิค จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าจะไม่ได้รับวัคซีน เพราะถูกแซงคิวโดยกลุ่ม VIP
ทั้งนี้รพ.นครพิงค์ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับบุคลากรเรียบร้อยแล้ว ทาง รพ.นครพิงค์ได้ปรับแผนการฉีดวัคซีน โดยลงทะเบียนรายบุคคลแทนระบบลงทะเบียนออนไลน์ ปัจจุบันรพ.นครพิงค์ได้ทำการฉีดวัคซีนไปแล้วจำนวน 322 คน เป็นบุคลากรทางการแพทย์ 176 คน คาดว่าจะฉีดครบตามจำนวนภายในวันศุกร์นี้ ส่วนบุคลากรที่ยังไม่ได้รับวัคซีนในรอบนี้จะได้รับวัคซีนครบทุกคนตามที่แสดงความจำนงไว้ในรอบต่อไป
ทั้งนี้ ในนาม บุคลากร รพ.นครพิงค์ ต้องขออภัยกระทรวงสาธารณสุขและผู้เกี่ยวข้องต่างๆ ที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อการจัดสรรวัคซีน และจะนำประเด็นนี้ไปพัฒนาการสื่อสารภายในองค์กรต่อไป

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *