มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เผยผลการสุ่มตรวจน้ำปู หรือน้ำปู๋ เครื่องปรุงรสภาคเหนือ พบ 8 จาก 24 ตัวอย่าง ปนเปื้อนพาราควอต ทั้งที่ยกเลิกใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 พร้อมเดินหน้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการวัตถุอันตราย ให้แบนสารอันตรายออกจากประเทศ

ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แถลงผลการตรวจวิเคราะห์น้ำปู หรือน้ำปู๋ อาหารพื้นบ้านภาคเหนือ พบมีสารพาราควอตตกค้างใน 8 ตัวอย่าง จากทั้งหมด 24 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 33 หรือ 1 ใน 3 ของตัวอย่างที่สุ่มตรวจทั้งหมดใน 6 จังหวัดพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่ พะเยา เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แพร่ ซึ่งทำการเก็บตัวอย่างระหว่างวันที่ 7-15 กันยายน 2563 และส่งตรวจในห้องปฏิบัติการมาตรฐาน โดยตัวอย่างทั้งหมดมีค่าเฉลี่ยของสารตกค้างพาราควอต อยู่ที่ 0.04275 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

ตัวอย่างน้ำปูที่พบปริมาณพาราควอตตกค้างมากที่สุด ได้แก่

1.น้ำปู ไม่ระบุยี่ห้อ เก็บตัวอย่างจาก ต.บ้านลา อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง พบปริมาณพาราควอต 0.090 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

2.น้ำปู ไม่ระบุยี่ห้อ เก็บตัวอย่างจาก ต.ทุ่งฮั้ว อ.วังเหนือ จ.ลำปาง พบปริมาณพาราควอต 0.074 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

3.น้ำปู ยี่ห้อน้ำปู๋แม่แจ่ม เก็บตัวอย่างจาก ตลาดสดข่วงเปา ต.ข่วงเปา อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ พบปริมาณพาราควอต 0.046 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

4.น้ำปู ไม่ระบุยี่ห้อ เก็บตัวอย่างจาก ร้าน น.ส.นิตยา ต.แม่ยางฮ่อ อ.ร้องกวาง จ.แพร่ พบปริมาณพาราควอต 0.042 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

5.น้ำปู ไม่ระบุยี่ห้อ เก็บตัวอย่างจาก บ้านป่าสัก ต.ศรีถ้อย อ.แม่ใจ จ.พะเยา พบปริมาณพาราควอต 0.040 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

6.น้ำปู ไม่ระบุยี่ห้อ เก็บตัวอย่างจาก ตลาดบ้านปางลาว ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย พบปริมาณพาราควอต 0.031 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

7.น้ำปู ไม่ระบุยี่ห้อ เก็บตัวอย่างจาก บ้านหนุน อ.ปง จ.พะเยา พบปริมาณพาราควอต 0.011 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

8.น้ำปู ไม่ระบุยี่ห้อ เก็บตัวอย่างจาก ร้านป้าหวิน บ้านร่องกาศใต้ ต.ร่องกาศ อ.สูงเม่น จ.แพร่ พบปริมาณพาราควอต 0.006 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

นางสารี อ๋องสมหวัง บรรณาธิการนิตยสารฉลาดซื้อ บอกว่า แม้ผลตรวจวิเคราะห์จะพบสารพาราควอตปริมาณไม่มาก แต่เป็นเรื่องผิดกฎหมาย สันนิษฐานว่าปูนาที่เก็บมาจากท้องนามีการปนเปื้อนพาราควอต แม้ไทยจะมีการห้ามนำเข้า ห้ามผลิต ห้ามจำหน่าย สารดังกล่าวมาตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 แต่ก็ยังมีสารพาราควอตตกค้างในสิ่งแวดล้อมและอาหาร ไม่สอดคล้องกับที่กระทรวงเกษตรฯ นำข้อมูลของ “ฉลาดซื้อ” ไปอ้างว่าไม่พบพาราควอตในปูนา และใช้เป็นเหตุผลในการพิจารณาให้ยกเลิกการใช้สารพาราควอต ในการประชุมที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 28 กันยายนนี้ เนื่องจากข้อเท็จจริง ข้อมูลของนิตยสารฉลาดซื้อที่ถูกนำไปกล่าวอ้าง เป็นการสุ่มตรวจปูนาเลี้ยงดองเค็ม ที่ใช้ในการทำส้มตำในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล เท่านั้น พร้อมย้ำพาราควอตเป็นสารเคมีที่มีพิษเฉียบพลัน และมีอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ

น.ส.พวงทอง ว่องไว เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคเหนือ กล่าวว่า น้ำปู หรือ น้ำปู๋ เป็นอาหารพื้นเมืองและดั้งเดิมของภาคเหนือ โดยเป็นเครื่องปรุงรสกลุ่มเดียวกันกับกะปิ ใช้ประกอบอาหารได้หลายอย่าง อาทิ น้ำพริกน้ำปู๋ แกงหน่อไม้ ตำกระท้อน เป็นต้น วิธีการทำน้ำปูนั้นชาวบ้านจะนำปูนามาล้างให้สะอาด ใส่ใบขมิ้นและตะไคร้โขลกรวมกันจนละเอียด นำปูที่โขลกแล้วละลายน้ำ กรองเอาแต่น้ำปู จากนั้นเคี่ยวโดยใช้ไฟอ่อน ประมาณ 8 ชั่วโมง จะได้น้ำปูข้นเหนียว เป็นสีดำ โดยการทำน้ำปูนั้นใช้ปูนาเป็นจำนวนมากถึง 10 กิโลกรัม จึงจะได้น้ำปูปริมาณเพียง 1 กิโลกรัมเท่านั้น

“ผู้บริโภคหากสอบถามถึงแหล่งที่มาของปูนาได้ก็จะดี เพราะปูนาที่มาจากฟาร์มเพาะเลี้ยง นั้นสามารถควรคุมมาตรฐานความสะอาดได้ ซึ่งอาจปลอดภัยกว่าปูนาตามธรรมชาติในนาข้าว ที่อาจเสี่ยงพบพาราควอต พบปลิง พยาธิ หรือการตกค้างของสารเคมีอื่น ๆ”
องค์กรผู้บริโภคทั่วประเทศ ขอคัดค้านให้มีการทบทวนการยกเลิกการใช้สารพิษพาราควอตและคลอไพริฟอส โดยขอให้คงมติการยกเลิกการใช้สารเคมีทั้งสองชนิดและเร่งดำเนินการเพิกถอนไกลโฟเสต ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
หลังจากนี้ทางเครือข่ายผู้บริโภคจะไปยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ยืนยันให้แบนสารเคมีอันตรายทั้ง 3 ตัวข้างต้น ออกจากประเทศไทย

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *