วันนี้ (15 ส.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังกรมการค้าภายใน มีประกาศคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เรื่องการปรับวิธีบริหารหน้ากากอนามัย หลังปริมาณการผลิตหน้ากากอนามัยสูงเกินความต้องการ โดยมีผลไปเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัย ขนาด 50 ชิ้น ที่จำหน่ายทางออนไลน์ปรับลดราคาลง เหลือกล่องละ 100-250 บาท เมื่อเทียบกับช่วงระบาดของ COVID-19 โดยหน้ากากอนามัยนำเข้าจากต่างประเทศ ราคาเฉลี่ยจะถูกกว่าหน้ากากอนามัยที่ผลิตในประเทศ ซึ่งยังถูกควบคุมให้จำหน่ายราคาชิ้นละ 2 บาท 50 สตางค์

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ยืนยันว่ารัฐบาลจำเป็นต้องควบคุมการส่งออกและราคาจำหน่าย เพื่อรองรับสถานการณ์หากเกิดการระบาดรอบใหม่ พร้อมระบุว่าขณะนี้มีปริมาณการผลิตหน้ากากส่วนเกินเฉลี่ยวันละ 1-2 ล้านชิ้น จึงประสานห้างค้าปลีก 2 แห่ง สนับสนุนการกระจายหน้ากากอนามัยในราคาควบคุม ส่งผลให้ประชาชนเริ่มหาซื้อได้ในเร็วๆ นี้สินค้าประมาณ 1-2 ล้านชิ้นจะกระจายสู่ตลาดได้ ตอนนี้สต็อกในโรงงานมีมากพอสมควร

ล้นตลาด 4.7 ล้านชิ้น/วัน
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงาน ว่า ตัวเลขล่าสุดกรมศุลกากรระบุว่า ช่วงครึ่งปีแรก (มกราคม-มิถุนายน 2563) ไทยส่งออกหน้ากากอนามัย 153,838 กก. มูลค่า 67.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากส่งออก 1,820 กก. มูลค่า 514,794 บาท และส่งออกหน้ากากกรองฝุ่น รวม 6,233,057 กก. มูลค่า 2,335 ล้านบาท ขณะเดียวกันไทยนำเข้าหน้ากากอนามัย 167,101 กก. มูลค่า 335.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 110,074 กก. มูลค่า 12.1 ล้านบาท และหน้ากากกรองฝุ่น รวม 3,385,110 กก. มูลค่า 1,689 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่นำเข้า 3,431,155 กก. มูลค่า 1,452.7 ล้านบาท

ทั้งนี้ เกิดปรากฏการณ์หน้ากากอนามัยล้นตลาดทั้งจากการนำเข้าและผู้ผลิตในประเทศ จากเดิมมีเพียง 9 โรงงาน เพิ่มเป็น 27 โรงงาน กำลังการผลิตจาก 1.2 ล้านชิ้น เพิ่มเป็น 4.7 ล้านชิ้น/วัน ขณะที่ความต้องการภายใประเทศอยู่ที่ 1.5 ล้านชิ้นต่อวัน

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *