รองเลขาฯ อย.เผยวัคซีนโควิดซิโนแวค ยังยื่นเอกสารไม่ครบ ส่วนที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนจีน แต่สำหรับไทยหากผู้เชี่ยวชาญพิจารณาพบว่าปลอดภัย มีประสิทธิภาพ สามารถขึ้นทะเบียนไทยก่อน

นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กล่าวว่า ในส่วนวัคซีนซิโนแวค (Sinovac )นั้น ยังยื่นเอกสารไม่ครบ อย่างไรก็ตาม แม้วัคซีนนี้จะยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนในประเทศจีน แต่หากผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทยพิจารณาแล้วพบว่ามีความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และคุณภาพก็สามารถอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนในประเทศไทยก่อนได้

“ขณะนี้มีบริษัทที่เป็นผู้แทนบริษัท จอห์นสันแอนด์จอห์นสันในประเทศไทยได้ยื่นเอกสารเพื่อขอขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19แล้ว แต่ยังยื่นเอกสารไม่ครบ โดยระหว่างนี้ผู้เชี่ยวชาญจะมีการอ่านเอกสารที่ยืนมาแล้วก่อน แต่จะพิจารณาต่อเมื่อมีการยื่นเอกสารครบตามที่กำหนดภายใน 30 วันที่มีการยื่นเอกสารครบ ส่วนบริษัทอื่นๆยังไม่มีการยื่นขอขึ้นทะเบียน ไม่ว่าจะเป็น สปุตนิก หรืออื่นๆ” นพ.สุรโชคกล่าว

นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์

สำหรับประสิทธิภาพของวัคซีนจากบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ซึ่งมีการ แถลงเมื่อวันศุกร์ (29 ม.ค.) ตามเวลาสหรัฐว่า การทดลองวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิดฉีดเข็มเดียวกับอาสาสมัครเกือบ 44,000 คน กับผู้ป่วยโควิดระดับปานกลางถึงรุนแรง ผลการทดลองจากประเทศที่มีสายพันธุ์ใหม่ระบาด พบว่า ในสหรัฐป้องกันได้ 72% ในละตินอเมริกา 66% และในแอฟริกาใต้ได้ผล 57%

ข้อมูลชี้ว่า ผลของวัคซีนต่อโควิดสายพันธุ์แอฟริกาใต้น้อยกว่าสายพันธุ์เดิม แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อและสาธารณสุขกล่าวว่า ยังสามารถช่วยสกัดการแพร่ระบาดของโควิดและป้องกันการเสียชีวิตได้ เช่นเดียวกับข้อมูลในการทดลองเฟส 2 ของวัคซีนโนวาแวกซ์เมื่อวันพฤหัสบดี (28 ม.ค.) พบว่าใช้กับสายพันธุ์แอฟริกาใต้ได้ผลน้อยลงเช่นกัน

เป้าหมายของเจแอนด์เจคือป้องกันโควิด-19ระดับปานกลางถึงรุนแรง ซึ่งวัคซีนมีประสิทธิภาพ 85% ในการหยุดโรครุนแรงป้องกันการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลในทุกพื้นที่ต่อต้านเชื้อหลายสายพันธุ์ 28 วันหลังการฉีดวัคซีน

ก่อนน้านี้มีผู้มายื่นขออนุมัติวัคซีนโควิด 19 จาก อย. จำนวน 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ซิโนแวค ไบโอเทค จำกัด โดยมีองค์การเภสัชกรรมเป็นผู้มายื่นขอ ซึ่ง อย. รอเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วน
สำหรับวัคซีนโควิด 19 ของบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า อย. ได้รับเอกสารการขอขึ้นทะเบียน ในวันที่ 22 ธันวาคม 2563 และได้จัดส่งเอกสารให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผลของวัคซีน จนมีการอนุมัติให้ขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด 19 ของแอสตร้าเซนเนก้า เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2564 รวมเวลาการพิจารณาประมาณ 1 เดือน ซึ่งวัคซีนที่ อย. รับขึ้นทะเบียนเป็นวัคซีนที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในภาวะฉุกเฉินที่จะต้องมีระบบการกำกับติดตาม เฝ้าระวังความปลอดภัยจากการใช้อย่างต่อเนื่อง

รวบรวมข้อมูลจาก

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/920064

https://www.hfocus.org/content/2021/02/20987

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *