วันนี้ ที่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ได้ ชี้แจงบันทึกข้อตกลงระหว่างโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์กับกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศธ. นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการสภาการศึกษา นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) นายพิสุทธิ์ ยงศ์กมล ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ นายสุทธิพงศ์ ยงค์กมล, นางสยมพร ทองเนื้อดี, นางวริษนันท์ เดชปานประสงค์, นางสาวบุษรารัตน์ เกิดเพิ่มพูน และ นายทนันเดช ยงค์กมล ผู้แทนโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ นางสาวผุสดี เขตสมุทร ศึกษาธิการจังหวัดนนทบุรี และผู้แทนจากกรมสุขภาพจิต ร่วมหารือถึงข้อสรุปและจัดทำเป็นบันทึกข้อตกลง เพื่อวางมาตรการแนวทางแก้ไขและป้องกันการเกิดปัญหาในอนาคตต่อไป ซึ่งเน้นการเยียวยาให้กับเด็กและผู้ปกครองผู้ประสบเหตุ กรณีครูทำร้ายร่างกายนักเรียน โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำบันทึกข้อตกลงกับโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ว่า กรณีที่ผู้ปกครองต้องการให้บุตรหลานเรียนต่อในโรงเรียน สำหรับห้องเรียนที่เกิดเหตุ และห้องเรียนที่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากสถานีตำรวจภูธรชัยพฤกษ์ ทางโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ พร้อมคืนค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น ปีการศึกษา 2563 ให้กับนักเรียนทุกคนที่อยู่ในห้อง หากผู้ปกครองจ่ายเงินแล้ว โรงเรียนจะดำเนินการคืนให้ โรงเรียนจะเร่งดำเนินการติดกล้องวงจรปิดมุมต่างๆ ให้ครบถ้วนและให้มีจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ผู้ปกครองสามารถนั่งดูได้ที่โรงอาหาร และหากห้องเรียนใดที่ผู้ปกครองตกลงกันได้ โรงเรียนจะจัดให้มีระบบออนไลน์ โรงเรียนต้องจัดทำป้ายชื่อครู แสดงภาพถ่าย เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของครูทุกคน หน้าห้องเรียนทุกห้อง และเผยแพร่ในเว็บไซด์ของโรงเรียน โรงเรียนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในทางการแพทย์ทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ ของนักเรียนที่ถูกกระทำหรือได้รับผลกระทบในห้องเรียนที่เกิดเหตุเต็มตามจำนวนที่จ่ายจริง ตามคำรับรองของเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ให้โรงเรียนจัดให้มีนักจิตวิทยาไว้สำหรับเยียวยานักเรียนที่ได้รับผลกระทบ โดยจะมีการประเมินและส่งผลการประเมินให้กับผู้ปกครองทราบทุกภาคเรียน และได้ทำความร่วมมือกับกรมสุขภาพจิตเพื่อเข้ามาฟื้นฟูและเยียวยาให้กับนักเรียน และครู โดยด่วน ให้โรงเรียนอนุญาตให้ผู้ปกครองสามารถเข้าไปตรวจสอบสุขอนามัย ห้องเรียน ห้องน้ำ ห้องนอน โดยต้องขออนุญาตและแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ธุรการก่อน ทั้งนี้ต้องไม่เป็นการรบกวนกิจกรรมการเรียนการสอนและการใช้ชีวิตของนักเรียน ให้โรงเรียนจัดอาหารกลางวันให้นักเรียนตามหลักโภชนาการ โดยจะแจ้งรายการอาหารให้ผู้ปกครองทราบล่วงหน้าเป็นรายสัปดาห์ จัดให้มีบริการอาหารอย่างเพียงพอและทั่วถึง ตลอดทั้งเพิ่มเวลาในการรับประทานอาหารจาก 30 นาทีเป็น 40 นาที ให้โรงเรียนจัดให้มีการคัดกรองด้านสุขภาพจิต ให้แก่ครูไทยและครูต่างชาติ ให้โรงเรียนจัดระบบรถรับ-ส่งนักเรียนให้มีที่นั่งเพียงพอ และให้มีการติดตั้งกล้องเฉพาะตู้ที่นั่งโดยสารเพื่อดูแลความปลอดภัยและเหตุอันไม่สมควรที่จะเกิดระหว่างเดินทาง และรายงานจำนวนเด็กนักเรียนที่ขาด ลา มา สาย ทุกวัน และโรงเรียนจัดให้มีการประชุมผู้ปกครองทุกระดับชั้น ทุกปีการศึกษา โดยในปีการศึกษา 2563 จัดให้มีการประชุมเริ่มในเดือนตุลาคม 2563สำหรับกรณีที่ผู้ปกครองประสงค์จะย้ายบุตรหลานไปเรียนต่อที่อื่น โรงเรียนพร้อมอำนวยความสะดวกในการจัดทำเอกสารการส่งตัวให้แก่นักเรียนที่ประสงค์จะขอย้ายให้แล้วเสร็จมอบให้ผู้ปกครองภายใน 1 วัน โรงเรียนคืนค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น ในปีการศึกษา 2563 โรงเรียนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในทางการแพทย์ทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ ของนักเรียนที่ถูกกระทำหรือได้รับผลกระทบในห้องเรียนที่เกิดเหตุเต็มตามจำนวนที่จ่ายจริง ตามคำรับรองของเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ส่วนค่าชดเชยหรือค่าบำรุงขวัญ โรงเรียนจะเร่งดำเนินการให้คณะกรรมการบริหารโรงเรียนพิจารณาและจะแจ้งให้ทราบความคืบหน้าโดยด่วนต่อไป

สำหรับการเร่งรัดติดตาม นางกนกวรรณ รมช.ศธ. ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานกับกับติดตามการแก้ปัญหากรณีโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ โดยมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้แทนกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ผู้แทน สช. นิติกรสำนักงานปลัดกระทรวง ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนศึกษาธิการจังหวัด เป็นคณะทำงาน มีอำนาจหน้าที่ ติดตามการแก้ปัญหาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งนักเรียนและผู้ปกครองตามบันทึกข้อตกลงระหว่างโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์กับกระทรวงศึกษาธิการ ณ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2563 นำเสนอข้อตกลงและการปฏิบัติที่จำเป็นเพิ่มเติมและข้อเรียกร้องเพิ่มเติม รายงานผลต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่กำกับดูแล สช. และปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการ กช. ได้แจ้งว่า ได้เชิญผู้มีอำนาจตัดสินใจของโรงเรียนมา แต่เนื่องจากผู้อำนวยการโรงเรียนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพร้อมมีใบรับรองจากแพทย์ยืนยัน จึงได้มอบหมายให้ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ นายพิสุทธิ์ ยงศ์กมล มาพร้อมด้วย นายสุทธิพงศ์ ยงค์กมล คณะกรรมการโรงเรียนสารสาสน์ นางสยมพร ทองเนื้อดี, นางวริษนันท์ เดชปานประสงค์, นางสาวบุษรารัตน์ เกิดเพิ่มพูน และ นายทนันเดช ยงค์กมล ผู้แทนโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์

ด้าน นายพิสุทธิ์ ยงศ์กมล ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ กล่าวว่า ในนามตัวแทนในเครือสารสาสน์ เราทุกคนมีความรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ที่เกิดจากความผิดพลาด ที่ผิดจากวัตถุประสงค์ แนวทาง และนโยบายเครือของสารสาสน์ 56 ปี ที่ผ่านมา มีนโยบายต่อต้านการบูลลี่ (Bully-พฤติกรรมรุนแรง ที่เป็นการกลั่นแกล้ง รังแกผู้อื่น ทั้งทางวาจา ร่างกาย และสังคม) แต่ก็ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่า ครูและผู้บริหารที่อยู่ในโรงเรียนในเวลานั้นตกใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเนื่องจากยังไม่มีประสบการณ์ในการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดการตัดสินใจที่ล่าช้า ยอมรับว่าเป็นข้อบกพร่อง ซึ่งในอนาคตจะจัดการแก้ไข โรงเรียนจะจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนที่โรงเรียนตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปที่ห้องธุรการของโรงเรียน และจะจัดการปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยจะให้ความช่วยเหลือผู้ปกครอง และกลับมาพิจารณาระบบการอภิบาลของโรงเรียนในเครือทั้งหมดให้ดีขึ้น พร้อมทั้งแก้ไขเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองทุกเรื่องอย่าใส่ใจและจะไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยมองตัวเองให้เหมือนกับเป็นผู้ปกครองคนหนึ่งด้วยเช่นกัน พร้อมยืนยันว่าทุกอย่างจะได้รับการคลี่คลาย สำหรับทีมบริหารชุดใหม่นี้ จะสามารถให้คำตอบได้ภายใน 1 วัน ในการแก้ไขปัญหาทุกเรื่องได้ และจะมีการคัดกรองประสิทธิภาพและคัดกรองสุขภาพจิตใจของครู โดยทางโรงเรียนจะทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสุขภาพจิต จะเข้าไปประเมินอย่างสม่ำเสมอ สำหรับสิ่งที่จะฝากถึงผู้ปกครองนั้น ไม่มีอะไรจะฝากถึงนอกจากคำขอโทษ ตนขอไม่แก้ตัวในสิ่งที่เกิดขึ้น และขออภัยท่านผู้ปกครอง ขออภัยพี่น้องประชาชน ขออภัยคุณพ่อคุณแม่ทุกคนที่ให้ความไว้วางใจสารสาสน์ แล้วเราทำให้ท่านผิดหวังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้าน ดร.สุทธิพงศ์ ยงค์กมล คณะกรรมการโรงเรียนสารสาสน์ ปฏิบัติหน้าที่สารสาสน์ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า มาตรการเยียวยาเป็นเรื่องเร่งด่วนอันดับแรกที่โรงเรียนให้ความสนใจและใส่ใจร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้คำนึงจากหลายส่วน ทั้งในส่วนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และเด็กที่อยู่รอบด้าน รวมถึงผู้ปกครองด้วย กราบขออภัยอีกครั้ง นอกจากมาตรการเยียวยาแล้วขณะนี้สารสาสน์เข้าสู่มาตรการของการปรับโครงสร้างของสารสาสน์ โดยเฉพาะในโรงเรียนที่เกิดเหตุ จะมีการแต่งตั้ง ผอ.โรงเรียนคนใหม่ คณะผู้บริหาร และที่ปรึกษาคนใหม่ จะให้มีคณะทำงานฝ่ายอนุบาล ที่มีความเชี่ยวชาญด้านปฐมวัยมาออกแบบหลักสูตร วิธีการจัดการเรียนการสอน และอุปกรณ์สนับสนุนต่างๆ ในระดับอนุบาล และครู บุคลากรที่จะดูแลนักเรียนระดับชั้นอนุบาล โรงเรียนจะใช้วิกฤติปัญหาที่เกิดขึ้นมาทบทวนอย่างจริงจัง เป็นยุคใหม่ที่สารสาสน์ จะก้าวหน้าต่อไปให้ได้ จะถือโอกาสนี้ปฏิรูปและตรวจสอบใหม่ให้มีความเข้มงวดมากขึ้น เมื่อนำนโยบายต่างๆ มาทบทวนใหม่ ก็ขอเวลาที่จะรีสตาร์โรงเรียนสารสาสน์ใหม่ เมื่อมีการปรับโครงสร้างใหม่ ทางโรงเรียนจะจัดกระบวนการสื่อสารถึงผู้ปกครองและบุคคลที่เกี่ยวข้องใหม่ ให้รวดเร็ว ให้แก้ปัญหาตรงจุดมากขึ้น ดังนั้น ตนขอเวลาให้กับคณะผู้บริหารที่จะไปทำงานพลิกโฉมของโรงเรียนที่เกิดเหตุใหม่ จึงขอว่า เรารบกวนเวลาขอเด็กๆ ในการเรียน ในการสอน เป็นเวลานานพอสมควรแล้ว ขอพื้นที่คืนให้กับเด็กๆ ขอพื้นที่คืนให้กับคุณครู ได้รับโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง ในการสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ ด้วยความมุ่งมั่น และจะรักษาคุณภาพไว้ตลอดไป ซึ่งยืนยันว่าทุกคนมีความเสียใจ และความเสียใจนี้คือบทเรียน และเราจะทำบทเรียนนี้ให้มีค่าที่สุด ไม่ให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาอีก เรา 2 คน ขอเป็นตัวแทนของครูสารสาสน์ ของคณะผู้บริหารที่จะกล่าวคำยืนยันมั่นคงกับท่านผู้ปกครองทุกท่าน และขอเป็นบุคคลประกันในความรับผิดชอบสิ่งเหล่านี้ ขอกล่าวคำขอโทษอีกครั้ง

นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการ กช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้สังคมมั่นใจ ขณะนี้ในส่วนของ สช. เรามีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกมิติ แต่งตั้งไว้ 12 ท่าน ซึ่งขณะนี้กำลังลงพื้นที่ไปที่โรงเรียน ดังนั้น ปัญหาทั้งหมดจะถูกนำมาแก้ไขทั้งหมด พร้อมกันนี้ในส่วนของ รมช.ศธ. ก็ได้ตั้งคณะคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อกำกับ ติดตาม รับเรื่องร้องเรียน หาช่องทางเพื่อแก้ปัญหา ฉะนั้นจากนี้สามารถติดตามความคืบหน้าได้เป็นรายวัน ทางส่วนราชการปรารถนาที่จะเห็นสถานการณ์การเรียนการสอนกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด และเข้าใจว่าทางโรงเรียนสารสาสน์ก็เช่นกัน อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงตามที่คาดหวังไว้ให้โดยเร็ว และตนก็จะเป็นผู้เกาะติดโรงเรียนสารสาสน์ด้วยเช่นกัน เพื่อให้มีการปรับเปลี่ยนให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ตรงใจและเป็นไปตามความต้องการเพื่อคุณภาพของผู้เรียนเป็นสำคัญที่สุด

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *