สตช. – อย. แถลงผลการทลายแหล่งขายสมุนไพรยาผงจินดามณี (ยาผีบอก) ใน 5 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร พิษณุโลก ขอนแก่น ลพบุรี และมหาสารคาม ได้ของกลางกว่า 4 หมื่นซอง และตรวจยึดถุงมือทางการแพทย์เถื่อน ย่านหนองแขม กรุงเทพฯ กว่า 9 แสนคู่ มูลค่าของกลางทั้งสิ้นกว่า 15 ล้านบาท 
วันนี้ (10 กันยายน 2563) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยพลตำรวจโท เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานปราบปรามผลิตภัณฑ์และการบริการด้านสุขภาพที่ผิดกฎหมาย และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข โดยเภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกันแถลงผลการทลายแหล่งขายสมุนไพรยาผงจินดามณี (ยาผีบอก) ใน 5 จังหวัด และตรวจสอบเข้ายึดถุงมือทางการแพทย์เถื่อน ย่านหนองแขม

โดยผลการจับกุมแหล่งขายสมุนไพรยาผงจินดามณี (ยาผีบอก) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับข้อมูลว่า พบการระบาดของยาผงจินดามณี (ยาผีบอก) ในหลายจังหวัด จึงได้สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (กก.4 บก.ปคบ.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สืบสวนหาแหล่งจำหน่ายจนทราบสถานที่ต้องสงสัย และเข้าตรวจสอบใน 5 จังหวัด ได้แก่
1.บ้านเลขที่ 45 ม. 3. ต. เขวา. อ. เมือง. จ. มหาสารคาม2.บ้านเลขที่ 200/61 ม. 1 หมู่บ้านไดมอนด์ปาร์คทวิน ต. สระแก้ว อ. เมือง จ. กำแพงเพชร3.บ้านเลขที่ 192 ม. 2 ต. ห้วยแก อ. ชนบท จ. ขอนแก่น4.บ้านพักส่วนบุคคลในพื้นที่ ต. ท่าทอง อ. เมือง จ. พิษณุโลก5.บ้านพักในพื้นที่ ม. 6 ต. บางกะพี้ อ. บ้านหมี่ จ. ลพบุรีผลการตรวจสอบสถานที่ทั้ง 5 แห่ง พบผลิตภัณฑ์ในลักษณะผงบรรจุอยู่ในซองพร้อมจำหน่ายมีทั้งที่แสดงฉลากในชื่อ “ยาผงจินดามณี (ยาผีบอก)” โดยแอบอ้างใส่เลขทะเบียนตำรับยาหรือเลข อย.ของผลิตภัณฑ์อาหารยี่ห้ออื่น และที่ไม่แสดงฉลาก สามารถยึดของกลางกว่า 4 หมื่นซอง รวมมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท และตั้งประเด็นความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้น ดังนี้พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 ดังนี้1. ผลิต ขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ2. ผลิต ขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลอม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 3 แสนบาท 3. ผลิต ขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับ ไม่ได้แจ้งรายละเอียด หรือไม่ได้จดแจ้งแล้วแต่กรณี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฐานผลิต ขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ อย. ได้รับเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ถุงมือยางของบริษัท พันธ์ยศเฮลธ์ แพลนเนท จำกัด เนื่องจากพบว่า เป็นสินค้าไม่ได้มาตรฐาน และมีสภาพเป็นถุงมือที่ผ่านการใช้งานแล้วนำมาแบ่งบรรจุขายใหม่ จึงได้ประสาน ปคบ. ทำการสืบสวนข้อเท็จจริง และเข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว ขณะตรวจสอบพบสภาพการผลิตโดยนำถุงมือที่บรรจุอยู่ในถุง/กระสอบ มาแบ่งบรรจุใส่กล่องฉลากแสดงเป็นถุงมือทางการแพทย์ยี่ห้อต่าง ๆ ซึ่งถุงมือบางส่วนมีลักษณะคล้ายถุงมือที่ผ่านการใช้งานแล้ว ทั้งนี้สถานที่ดังกล่าวได้รับอนุญาตเป็นสถานประกอบการนำเข้าเครื่องมือแพทย์ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นสถานที่ผลิตเครื่องมือแพทย์แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ยึดของกลางที่ผิดกฎหมาย ดังนี้1.PANYOS® GLOVES Nitrile Examination Gloves คละสี คละขนาด จำนวน 430 ลัง (430,000 คู่)2.SKYMED® Protection Gloves Nitrile Powder Free Examination Gloves non-sterile คละขนาด จำนวน 20 ลัง (20,000 คู่)3.PANYOS® PURE GLOVE US-FDA 510(k) คละขนาด จำนวน 476 ลัง (476,000 คู่)4.กล่องบรรจุภัณฑ์ PANYOS® GLOVES  Nitrile Examination Glove จำนวน 1,200 ชิ้น 5.กล่องบรรจุภัณฑ์ ยี่ห้อ PANYOS® PURE GLOVE US-FDA 510(k) จำนวน 1,200 ชิ้น6.ถุงมือบรรจุในถุงกระสอบ จำนวน 10 กระสอบ 7.เอกสารแผนการทำงาน จำนวน 1 ฉบับรวมยึดของกลางทั้งหมด 7 รายการ จำนวน 9 แสนคู่ คิดเป็นมูลค่ากว่า 11 ล้านบาท และตั้งประเด็นความผิดในเบื้องต้น ตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 ดังนี้


1.ผลิตเครื่องมือแพทย์โดยไม่จดทะเบียนสถานประกอบการผลิตเครื่องมือแพทย์ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ2.ผลิตเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ คือเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ผลิตหรือเก็บรักษาโดยไม่ถูก สุขลักษณะ โดยนำถุงมือที่มีสภาพทั้งดีและเสียบรรจุกระสอบมาคัดแยก จากนั้นจึงนำมาบรรจุใส่กล่องผลิตภัณฑ์ขาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างถุงมือทางการแพทย์ดังกล่าวส่งตรวจวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐาน หากผลการตรวจวิเคราะห์พบว่าผลิตภัณฑ์ไม่ได้คุณภาพหรือไม่มีประสิทธิภาพตามที่กฎหมายกำหนดจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป

 พลตำรวจโท เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถยึดของกลางได้ทั้งหมดรวมมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า กรณียาผงจินดามณี (ยาผีบอก) ที่มีการโอ้อวดสรรพคุณรักษาได้สารพัดโรค อย. และ สสจ. ได้ดำเนินการจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายยาทั้ง 2 ชนิดนี้ พร้อมทั้งออกข่าวแจ้งเตือนประชาชนหลายครั้งเมื่อปี 2560 และ 2561 ส่วนในปีนี้ที่พบการระบาดอีกครั้ง อย. จึงขอย้ำว่า ยาผงจินดามณี (ยาผีบอก) เป็นผลิตภัณฑ์ที่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุควรระมัดระวังเป็นพิเศษ อย่าหลงเชื่อซื้อยาดังกล่าวมารับประทานโดยเด็ดขาด เนื่องจากยาเหล่านี้ อย. เคยตรวจพบการปลอมปนยาสเตียรอยด์เพื่อให้ผู้ใช้เห็นผลทันใจ

ทั้งนี้ ยาสเตียรอยด์จัดเป็นยาควบคุมพิเศษต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพราะเป็นยาที่มีผลข้างเคียงสูง หากรับประทานเข้าไปในปริมาณมาก จะทำให้เกิดการติดเชื้อโรคได้ง่าย เยื่อบุกระเพาะอักเสบ อาจถึงขั้นกระเพาะทะลุ กระดูกผุ ภูมิคุ้มกันลดลง ไตวาย บางรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากต้องการซื้อยาแผนโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ให้สังเกตฉลากต้องมีเลขทะเบียนตำรับยาบนฉลาก ก่อนซื้อควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจาก อย. แล้ว ผ่าน 3 ช่องทาง คือ Line FDA Thai, Oryor Smart Application และ เว็บไซต์ อย. www.fda.moph.go.th/ โดยต้องตรวจสอบชื่อผลิตภัณฑ์และเลขที่อนุญาตให้ตรงกันด้วย

ส่วนกรณีถุงมือทางการแพทย์มีวัตถุประสงค์สำหรับใช้สวมมือ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนระหว่างผู้ป่วยและผู้ใช้ในการตรวจวินิจฉัยหรือรักษาโรค และรวมถึงการใช้สำหรับการจับหรือสัมผัสกับวัสดุทางการแพทย์ที่อาจปนเปื้อนด้วย โดยสถานที่ผลิตจะต้องมีการควบคุมคุณภาพและการเก็บรักษาเครื่องมือแพทย์ให้ถูกสุขลักษณะ รวมถึงตัวผลิตภัณฑ์ต้องมีคุณภาพมาตรฐานเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด หากผลิตภัณฑ์มีข้อบกพร่องไม่ได้มาตรฐานอาจส่งผลเสียได้ทั้งต่อผู้ป่วยและผู้สวมใส่ ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังระบาดทั่วโลกในขณะนี้ มักพบการฉวยโอกาสลักลอบผลิตและนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีความจำเป็นต้องใช้เกี่ยวกับการป้องกันหรือรักษาโรคโควิด-19 เป็นจำนวนมาก ซึ่ง อย. สตช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยกันสอดส่องดูแลเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค หากพบเห็นการลักลอบผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ต้องสงสัย สามารถดำเนินการผ่าน 4 ช่องทางหลัก ได้แก่ สายด่วน อย. 1556 หรือ Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ และ สายด่วน บก.ปคบ. 1135

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *