กระทรวงสาธารณสุขเผยตรวจเชิงรุกโควิด 19 สมุทรสาคร 15,000 กว่าราย ผลออกแล้ว 8,810 ราย พบเชื้อ 1,308 ราย  ส่วนการสอบสวนโรคผู้ติดเชื้อร่วมงานเลี้ยงบิ๊กไบค์เกาะลันตา จ.กระบี่ พบผู้ติดเชื้ออีก 9 ราย อยู่ในการดูแลแล้ว ขอผู้เข้าร่วมงานแสดงตนเข้ารับการตรวจหาเชื้อ

วันนี้ (25 ธันวาคม 2563) ที่ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และนพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด 19 กรณี จ.สมุทรสาคร และ จ.กระบี่  โดย นพ.โอภาส กล่าวว่า การตรวจคัดกรองเชิงรุกที่ จ.สมุทรสาคร ขณะนี้ทำแล้วมากกว่า 15,000 ราย ได้ผลตรวจ 8,810 ราย พบการติดเชื้อ 1,308 ราย คิดเป็นร้อยละ 15 ในจำนวนนี้เป็นคนไทย 56 ราย ส่วนการตรวจโรงงานที่มีแรงงานต่างด้าวยังไม่พบการติดเชื้อ สำหรับจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อเชื่อมโยงกับตลาดกลางกุ้ง พบผู้สัมผัสมีอัตราการติดเชื้อประมาณร้อยละ 3 และยังมีการตรวจเฝ้าระวังในแรงงานต่างด้าวในจังหวัดต่างๆ อีกประมาณ 11,000 ราย

นพ.โอภาส กล่าวต่อว่า การที่กำหนดให้ จ.สมุทรสาครให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ได้สั่งปิดกิจการที่ไม่จำเป็น เช่น สถานบันเทิง ส่วนกิจการที่จำเป็น เช่น โรงงานอุตสาหกรรมผลิตอาหาร อนุญาตให้เปิดได้เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายของแรงงาน ซึ่งขณะนี้ทุกจังหวัดห้ามแรงงานต่างด้าวเคลื่อนย้ายออกนอกจังหวัด สำหรับกิจกรรมปีใหม่และวันเด็กให้งดทั้งหมด อย่างไรก็ตาม คนไทยยังเดินทางเข้า-ออก จ.สมุทรสาครได้ หากมีความจำเป็น แต่ต้องมีมาตรการป้องกันตนเองที่ดี ไม่ออกนอกเส้นทาง สวมหน้ากาก 100% ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง ไม่คลุกคลีกับ   บุคคลอื่น หากเจ็บป่วยไปพบแพทย์ ส่วนพื้นที่ที่ติดกับพื้นที่ควบคุมสูงสุด ขอให้งดเว้นการจัดกิจกรรมต่างๆ ยกเว้นกิจกรรมในครอบครัวหมู่ญาติที่รู้จักกัน หรือหากจะจัดต้องขออนุญาตผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอ พร้อมเสนอแผนมาตรการควบคุมโรค เช่น จำนวนผู้เข้าร่วม ไม่ให้มีความหนาแน่น โดยคำนวณพื้นที่คือ 1 คนต่อ 1 ตารางเมตร ส่วนกิจกรรมที่มีการตะโกนร้องนั้นถือว่ามีความเสี่ยงสูงให้งดไปก่อน

ด้าน นพ.โสภณ  เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด 19 จ.สมุทรสาคร พบอัตราติดเชื้อสูงบริเวณตลาดกลางกุ้ง ร้อยละ 44  ส่วนพื้นที่ห่างออกมาอัตราการติดเชื้อน้อยลง ส่วนจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อเชื่อมโยงกับสมุทรสาครขณะนี้มี 32 จังหวัด ได้แก่ กทม.,ฉะเชิงเทรา ,นครปฐม,ปทุมธานี,เพชรบุรี,สมุทรปราการ,สระบุรี,อุตรดิตถ์,เพชรบูรณ์,สุพรรณบุรี,นครราชสีมา,ปราจีนบุรี,กระบี่,ภูเก็ต,พระนครศรีอยุธยา,กำแพงเพชร,ขอนแก่น,ชัยนาท,สมุทรสงคราม, อุดรธานี,พิจิตร,นครศรีธรรมราช,สุราษฎร์ธานี,ชัยภูมิ,นครสวรรค์,นนทบุรี,อ่างทอง,ราชบุรี,สงขลา,เลย,ชลบุรี และอุบลราชธานี

อย่างไรก็ตาม ทีมสอบสวนโรคยังคงค้นหาผู้ติดเชื้อรายใหม่ เพื่อค้นหาผู้สัมผัสอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้ไปแพร่เชื้อต่อ ดังนั้น ขอให้ประชาชนที่ได้รับการติดต่อจากหน่วยงานสาธารณสุขให้ความร่วมมือมาพบและให้ข้อมูล หากติดเชื้อจะได้นำเข้าระบบการรักษา หากไม่ติดเชื้อจะได้รับคำแนะนำดูแลรักษาสุขภาพต่อไป ส่วนประชาชนที่เคยไป จ.สมุทรสาคร โดยเฉพาะตลาดที่มีการรายงานผู้ป่วย ให้สังเกตอาการตนเอง สวมหน้ากากตลอดเวลา และรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้าน เพื่อรับคำแนะนำและไปตรวจหาเชื้อที่สถานพยาบาลใกล้บ้านหากมีอาการทางเดินหายใจ จมูกไม่ได้กลิ่น และลิ้นไม่รับรส

นพ.โสภณ กล่าวว่า สำหรับกรณีผู้ติดเชื้อชายไทยอายุ 45 ปี เดินทางพร้อมเพื่อนอีก 2 คนด้วยรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์จาก จ.สมุทรสาคร ถึง จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมนั้น  จากการสอบสวนโรคพบว่าได้ข้ามไปเกาะลันตา เข้าร่วมงาน Multistrada Thailand Meeting  และงานกิน หอย วิ่ง วันที่ 13 ธันวาคม ออกจากเกาะลันตา เข้าพักโรงแรมใน จ.กระบี่ วันที่ 14 ธันวาคม ออกจาก จ.กระบี่ เดินทางกลับถึง จ.สมุทรสาคร เวลา 19.00 น.  และวันที่ 19 ธันวาคม มารับการตรวจหาเชื้อในโรงพยาบาลเอกชนใน กทม. ผลพบเชื้อเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชนใน จ.สมุทรสาคร โดยมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในงานเลี้ยง 129 ราย ในเกาะลันตา 72 ราย นอกเกาะลันตา 15 ราย และผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 11 ราย

ผลการตรวจพบผู้ติดเชื้อจากงานเลี้ยง 3 ราย อยู่ที่ จ.กระบี่ ภูเก็ต และสงขลา จังหวัดละ 1 ราย และจากการติดตามผู้สัมผัสพบมีการติดเชื้อในครอบครัวของผู้มาร่วมงานเลี้ยง โดยผู้ติดเชื้อราย จ.ภูเก็ต มีลูกชายติดเชื้อ 2 ราย จ.กระบี่ มีภรรยา ลูกสาวและญาติติดเชื้อรวม 3 ราย และ จ.สงขลา มีน้องสาวติดเชื้อ 1 ราย ทำให้ผู้ติดเชื้อจากกรณีนี้รวมผู้ป่วยบิ๊กไบค์จำนวน 10 ราย

“ขอให้ผู้ที่สัมผัสผู้ติดเชื้อ หรือผู้ที่อยู่ในงานเลี้ยง รวมทั้งผู้ที่มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขติดตาม มารับการตรวจหาเชื้อและกักกันโรค และขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง และสังเกตอาการต่อเนื่องจนครบ 14 วัน ระหว่างการเดินทางขอให้สวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงเดินทางด้วยรถสาธารณะ หรือโทรสอบถามสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422” นพ.โสภณกล่าว

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *