ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2563 นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. บางขุนเทียน พรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามทั่วไปนายกรัฐมนตรี กระทู้ที่ 232 เรื่องแนวทางการพิจารณาให้เกิดเบี้ย #บำนาญแห่งชาติ โดยมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้ตอบกระทู้นี้ (นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง)
.
นายณัฐชากล่าวว่าเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมามีภาคประชาชนได้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย (บำนาญแห่งชาติ) และนำเรื่องไปมอบให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้แทนรัฐบาลรับเรื่องที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงแนวทางการพิจารณาเรื่องของสวัสดิการบำนาญแห่งชาติ หรือเบี้ย 3,000 บาท ให้ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้น วันนี้จึงถามฟากรัฐบาลว่ามีแนวทางชัดเจนอย่างไร เพราะเรื่องผ่านมาแล้วเดือนกว่า
.
นายณัฐชา ได้อ้างอิงข้อมูลจากสภาพัฒน์ (สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)) เป็นรายงานการคาดการณ์ประชากรในประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2563 เรามีจำนวนผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 12 ล้าน 4 แสนคน หรือ 18.09% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ถ้ามองไปอีก 10 ปี 2573 ประชากรในประเทศไทยจะอยู่ที่ประมาณ 67,321,000 คน เป็นประชากรผู้สูงอายุประมาณ 17,120,000 คน หรือประมาณ 25.43% ของจำนวนประชากรทั้งหมด หรือ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด
.
หมายความสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ อีก 10 ปีข้างหน้า ประชากรสูงอายุจะมีมากถึง 31.71% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ถ้าเราไม่มีการเตรียมการ ไม่มีแนวทางในการพัฒนาคุณภาพผู้สูงอายุ ไม่มีแนวทางดูแลผู้สูงอายุ เราจะอยู่อย่างไร

นายณัฐชา


โดย นายณัฐชา ได้ ตั้ง คำถามที่ 1: รัฐบาลมีแนวทางการรองรับสังคมผู้สูงอายุอย่างไรในปัจจุบัน และรัฐบาลมีความเห็นอย่างไรกับการเกิดกองทุนบำนาญแห่งชาติ ตามที่ภาคประชาชนเสนอและหลายพรรคการเมืองเสนอไปแล้ว วันนี้รัฐบาลแนวทางอย่างไร
.
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีกระทรวงการคลังให้มาเป็นผู้ตอบกระทู้ถาม ขอเรียนว่าเรื่องของผู้สูงอายุเป็นบุคคลที่ได้สร้างคุณประโยชน์กับประเทศชาติมายาวนาน เมื่อท่านแก่ชราจนอายุ 60 ปี ให้เกียรติเป็นผู้สูงวัย จากการประกอบสัมมาชีพที่ผ่านมานั้น การที่พวกเรา (รัฐบาล) ก็ต้องดูแลผู้สูงอายุให้สามารถดำรงชีพได้ตามอัตภาพสมควร ถามว่าแนวทางที่ทำให้เกิด “เบี้ยบำนาญแห่งชาติ” หมายถึงว่า เราจะจ่ายเบี้ยบำนาญให้ผู้สูงอายุทุกคน ขณะนี้รัฐบาลก็ดูแลผู้สูงอายุอยู่แล้วในรูปแบบ “เบี้ยผู้สูงอายุ” 600 – 1,000 บาท
.
ส่วนการที่จะดูแลถึง 3 พันบาทที่ถามว่ารัฐบาลมีความตั้งใจอย่างไรที่จะให้เกิดขึ้น ต้องเรียนท่าน สส. ว่าการดูแลผู้สูงอายุ “ต้องค่อยเป็นค่อยไป ตามแต่กำลังงบประมาณของแผ่นดินที่จะเอื้ออำนวยได้ขนาดไหน” แต่ขณะนี้รัฐบาลมีหลายมาตรการให้ผู้ที่วัยทำงานจะเข้าสู่วัยสูงอายุให้มีการการออมผ่านกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) หรือกองทุนประกันสังคมที่ออมไว้ใช้ยามเกษียนได้ ที่สมทบระหว่างรัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง ได้รับเงินชดเชยเมื่อถึงเวลาเกษียณ
.
นายณัฐชากล่าวต่อไปว่าหลังจากได้ฟังคำตอบแรกจากรัฐบาลแล้ว “คำว่าการให้เงินตามอัตภาพตามสมควร” วันนี้เงินช่วยเหลือผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปได้ 600 บาท 70 ปี ได้ 700 บาท 80 ปีขึ้นไปได้ 1,000 บาท ตรงนี้ท่านผู้ตอบกระทู้ทราบดีว่าการเป็นอยู่ของสังคมไทยเป็นอย่างไร การใช้จ่ายของผู้สูงอายุ ณ วันนี้ 600 บาทใช้ไม่ได้ และเราได้รับ 600 บาทมายาวนานแล้ว ส่วนแนวทางจะเป็นอย่างไรก่อนเลือกตั้งประคบประหงดูแล มีแนวทางมากมายแต่พอมาเป็นรัฐบาล บริหารราชการแผ่นดินดูแลคนทั้งชาติก็มาบอกว่าดูแลอยู่แล้วตามอัตภาพพอสมควร รัฐที่ดีควรดูแล แต่ตอนี้เงินที่ได้ในแต่ละเดือนเป็นเงินช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ
.
ที่ท่านตอบกระทู้ว่าเป็นไปตามงบประมาณ ตอนนี้งบประมาณประเทศอยู่ที่ประมาณ 3.3 ล้านล้านบาท ให้กับหน่วยงานใดกระจายทั่วไป แต่ถ้าจะให้กับประชาชน ผมคำนวณมาแล้วว่าปี 2564 ต้องใช้เงินในการจ่ายเบี้ยบำนาญแห่งชาติ 3,000 บาทแก่ผู้สูงอายุทั้งหมด 433,440 ล้านบาท อีก 10 ปีต้องใช้เงิน 610,320 ล้านบาท เป็นงบประมาณ “ถ้ามีการตั้งไว้” จะครอบคลุมผู้สูงอายุทุกคน ถ้าอยู่ 2 คนตายายได้รับเงินรวม 6,000 บาท ใช้ชีวิตอยู่ได้จริง แต่ตอนนี้ใช้อย่างไรไม่รู้ เกิดเหตุทีต้องมีเงินอุดหนุนมาช่วย ช่วย 1,000 บาท ช่วย 3 เดือน แล้วหลังจากนั้นกินอะไร ทุกวันนี้พี่น้องผู้สูงอายุต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างอัตคัดขัดสน
.
ฝากถึงนายกฯ มาถึงวันนี้ยังไม่คืบหน้า ภาคประชาชนก็เสนอมานานแล้ว วันนี้ท่านมาบอกดูงบประมาณกันอย่างไร แต่ตอนนี้ สส.วรรณวิภา ไม้สน นำร่างกฎหมาย #บำนาญพื้นฐาน (ของพรรคก้าวไกล) ยื่นต่อสภาแล้ว รอรับและเปิดรับฟังความคิดเห็นและเปิดกระบวนการต่อไป ในส่วนฝ่ายนิติบัญญัติในคณะกรรมาธิการสวัสดิการสังคมตั้งคณะอนุกรรมการฯ เพื่อมาพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะว่าแนวทางการหารายได้ 4 แสนกว่าล้านจะเอามาจากไหน เพราะฉะนั้นถ้าท่านมีความบริสุทธิ์ใจจริง อยากให้ตอบในคำถามที่ 2 ให้ชัดว่า…
.
“หนทางที่จะเป็นไปได้ในการเกิดบำนาญแห่งชาติ หากเรื่องดังกล่าวถึงมือรัฐบาล จะดำเนินการอย่างไรต่อ รวดเร็วแค่ไหน ขอไทม์ไลน์ชัดๆ”

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง


นายสันติ ตอบว่า “หาก พรบ.ตามที่พูดถึงนั้น (พรบ.บำนาญแห่งชาติ) เข้าสู่สภาก็คงต้องให้สภาผู้แทนแห่งนี้พิจารณา ถ้าสภาพิจารณาอย่างไรก็เป็นเรื่องปกติที่รัฐบาลต้องดำเนินการไป แต่เหนือสิ่งอื่นใดผู้สูงอายุเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ ซึ่งรัฐบาลก็ดูแลอยู่แล้วทั้งทางตรงทางอ้อม เบี้ยผู้สูงอายุนั้นก็ช่วยดูแลผู้สูงอายุส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง แต่อีกหลายภาคส่วนทั้งการรักษาพยาบาล ผู้สูงอายุใช้บริการเต็มที่ทั้งคุณภาพยา หมอ รัฐบาลก็ติดตามดูแลอยู่ตลอดเวลา ต้องเรียนว่าผู้สูงอายุนั้นรัฐบาลเป็นห่วงเป็นใย ส่วนการจะเพิ่มเบี้ยบำนาญแห่งชาตินั้น รัฐบาลมีความตั้งใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นว่ามันก็คงอยู่ที่งบประมาณแผ่นดินที่เราเก็บจากภาษีพี่น้องประชาชนที่จะวนกลับมานั้นให้ผู้สูงอายุจะดำเนินการตามกำลังของงบประมาณที่เอื้ออำนวย ถ้าเก็บภาษีได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รัฐบาลไม่ขัดข้องครับ”
.
อ้างอิงข้อมูลและภาพประกอบจากคลิป: https://www.youtube.com/watch?v=9nZN5X3f_0I&feature=youtu.be&fbclid=IwAR0ilfJeB-SL_3L7KKaPOZzgQp3s4DDx4FazOE6f-6_CeXPyrrW5Qp9FrY4
ใครที่สนใจศึกษาร่าง พ.ร.บ.บำนาญแห่งชาติ ฉบับประชาชน สามารถดาวน์โหลดได้เลยจากลิ้งนี้ค่ะ
https://aidsaccess.com/detail.php?id=237

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *