เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวถึงกรณีชาวกาตาร์ ที่เข้ามารักษาโรคมะเร็งตับในไทยแต่กลับตรวจพบโควิด-19 ว่า การรับคนต่างชาติมารักษาโรคเรื้อรังในไทยนั้นกำหนดว่าต้องตรวจแล็ปหาเชื้อใน 72 ชม. หากปลอดเชื้อถึงให้เข้าไทย ซึ่งรายดังกล่าวก็มีการตรวจแล็ปใน 72 ชม. ซึ่งไม่เจอเชื้อ แต่เมื่อเข้ามาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ก็มีการตรวจสอบซ้ำ ถึงเจอ ขณะนี้ยังไม่มีการแสดงอาการของโรคโควิด ส่วนผู้ติดตามเป็นคนใกล้ชิดในครอบครัว มีการตรวจแล็ปแล้วแต่ไม่เจอเชื้อโควิดแต่อย่างใด ทั้งนี้ จะเห็นว่ามีลักษณะคล้ายกับคนไทยที่เรารับเข้ามาและพักใน State Quarantine บางคนตรวจครั้งแรกไม่เจอเชื้อ แต่มาเจอในครั้งหลังๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งระยะฟักตัวของโรค โดยการเจอครั้งนี้เป็นเคสที่ 2 ส่วนรายแรกที่เข้ามารักษาโรคเรื้อรังแล้วตรวจเจอโควิดในภายหลังคือชาวบังคลาเทศ

ขณะที่ สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2 ราย เป็นผู้ที่เดินทางต่างประเทศ (อินเดีย 1 ราย, กาตาร์ 1 ราย) และเข้ารับการเฝ้าระวังกักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ ผู้ป่วยกลับบ้าน 1 ราย ทำให้มีผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,222 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 94.85 ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 117 ราย หรือร้อยละ 3.44 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 58 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,397 ราย สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้เดินทางมาจาก อินเดีย 1 ราย เป็นเพศชาย สัญชาติไทย อายุ 35 ปี อาชีพนักศึกษา เดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 8 สิงหาคม 2563 เข้ากักตัวในสถานที่รัฐจัดให้ในกทม. พบเชื้อจากการตรวจครั้งที่ 3 วันที่ 21 สิงหาคม 2563 ให้ประวัติว่าเคยมีอาการป่วย แต่ไม่ทราบผลการตรวจหาเชื้อ โดยก่อนหน้านี้พบผู้ติดเชื้อจากเที่ยวบินเดียวกัน 20 ราย
รายที่ 2 ชาวกาตาร์ 1 ราย เป็นเพศชาย สัญชาติกาตาร์ อายุ 71 ปี เดินทางมาพร้อมกับลูกชาย พบเชื้อจากการตรวจครั้งแรก วันที่ 22 สิงหาคม 2563 ผลการตรวจก่อนเดินทางไม่พบเชื้อ อยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม


นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า วันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เดินทางมาจากต่างประเทศ 2 ราย ซึ่ง 1 รายเป็นผู้ป่วยต่างชาติที่เดินทางมารักษาต่อเนื่อง กักตัวอยู่ใน Alternative hospital Quarantine ขณะนี้สถานการณ์ในประเทศไทยยังดีต่อเนื่อง ไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศเกือบ 3 เดือน แต่การระบาดในต่างประเทศยังคงรุนแรงหลายประเทศ โดยประเทศอินเดียผู้ติดเชื้อรายใหม่มากที่สุด วานนี้ (23 สิงหาคม 2563) พบ 61,749 ราย รองลงมาคือ สหรัฐอเมริกาวันละ 32,718 รายแนวโน้มดีขึ้นเป็นลำดับ อันดับ 3-5 อยู่ในโซนอเมริกาใต้ คือ บราซิล 23,085 ราย เปรู 9,090 ราย โคลัมเบีย 8,044 ราย ซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยต่อวันไม่มากแต่อัตราป่วยสูงเนื่องจากมีประชากรน้อย

     สำหรับประเทศอังกฤษและสวีเดน ซึ่งมีนโยบายผ่อนปรนเรื่องการปิดประเทศ ให้ใช้ชีวิตตามปกติ เศรษฐกิจเดินต่อได้ จำนวนและอัตราป่วยลดลงตามลำดับแม้จะไม่ได้ล็อกดาวน์แล้ว สะท้อนให้เห็นว่าการล็อกดาวน์จะช่วยหยุดการแพร่ระบาดได้รวดเร็ว แต่หากไม่ต้องการล็อกดาวน์ ประชาชนจะต้องร่วมมือกันป้องกันการติดเชื้อทั้งปัจเจกบุคคล สถานประกอบการ ร้านค้า สถานที่ทำงาน ซึ่งจะช่วยชะลอการระบาดได้เป็นอย่างดี สำหรับในอาเซียน อัตราป่วยสะสมสูงสุดคือสิงคโปร์ แต่แนวโน้มค่อนข้างดี ส่วนฟิลิปปินส์กับอินโดนีเซียมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นค่อนข้างเร็ว ส่วนเวียดนามพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีกระลอกหนึ่ง และเริ่มชะลอตัวแล้ว


      

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *