รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรี เข้าเยี่ยมรัฐมนตรีของประเทศแถบยุโรปที่สถาบันบำราศนราดูร หลังตรวจพบการติดเชื้อโควิด 19 แต่ไม่มีอาการ ขณะเดินทางถึงประเทศไทยเพื่อปฏิบัติภารกิจตามกำหนดการ พิสูจน์ระบบเฝ้าระวังและคัดกรองโรคมีประสิทธิภาพ ส่วนผู้ติดตาม 12 ราย ผลเป็นลบ เผยรัฐบาลประเทศต้นทางส่งเครื่องบิน 2 ลำรับตัวกลับ
วันนี้ (4 พฤศจิกายน 2563) ที่สถาบันบำราศนราดูร จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการอธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าเยี่ยมให้กำลังใจให้รัฐมนตรีของประเทศหนึ่งในแถบยุโรป ซึ่งตรวจพบการติดเชื้อโควิด 19 จากระบบตรวจเฝ้าระวังผู้เดินทางเข้าประเทศ และเชิญเข้ารับการรักษาที่ห้องแยกโรค สถาบันบำราศนราดูร พร้อมมอบแจกันดอกไม้จากนายกรัฐมนตรีผ่านทางเทเลเมดิซีน
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า ผู้ติดเชื้อเป็นคณะรัฐมนตรีของประเทศในแถบยุโรป ซึ่งมีหมายเดินทางมาเจรจาในประเทศไทยตามกำหนดการภายใต้การควบคุมทุกอย่าง เมื่อคณะเดินทางถึงประเทศไทยจึงผ่านกระบวนการคัดกรองและตรวจหาเชื้อในช่วง 21.00 น. ของวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 เมื่อทำการตรวจเชื้อด้วยวิธีการ RT-PCR 2 ครั้ง พบว่า รัฐมนตรีที่เป็นหัวหน้าทีมมีการติดเชื้อโควิด 19 แต่ไม่มีอาการ จึงเชิญมารับการรักษาในห้องแยกโรค ที่สถาบันบำราศนราดูร ดังนั้น กำหนดการต่างๆ ที่มีต้องยกเลิกไป วันนี้ตนจึงมาเยี่ยมในฐานะตัวแทนของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีก็กำชับให้ดูแลด้วยความเรียบร้อย
นายอนุทินกล่าวต่อว่า จากการเยี่ยมทำให้ได้รับทราบว่า รัฐบาลของประเทศต้นทางได้ส่งเครื่องบิน 2 ลำ เข้ามารับผู้ติดเชื้อและคณะกลับไป โดยผู้ติดเชื้อและคณะต้องแยกลำกัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ยืนยันว่าไม่ใช่เครื่องบินพาณิชย์ และไม่มีผู้โดยสารอื่น จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการติดเชื้อ โดยกระบวนการส่งตัวผู้ติดเชื้อ เจ้าหน้าที่จะสวมชุดป้องกัน PPE. และจัดรถแยกโดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้มีการแพร่เชื้อ ถือว่าเป็นอีกครั้งที่ระบบการสาธารณสุขของประเทศไทยพิสูจน์ถึงความมีประสิทธิภาพ ความเข้มแข็งของการตรวจและคัดกรองโรคโควิด 19 ขอยืนยันกับประชาชนให้เกิดความสบายใจว่า เราจะไม่มีวันปล่อยให้ผู้ติดเชื้อออกไปจากการควบคุมหรือนอกสถานที่กักกันโรค จากนี้โรงพยาบาลจะจัดยาฟาวิพิราเวียร์ให้ด้วย เพื่อดูแลระหว่างเดินทางกลับประเทศ หากหายดีแล้วจึงค่อยกลับมาใหม่อีกครั้ง
นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ครั้งนี้ถือเป็นกรณีแรกๆ ที่เป็นรัฐมนตรีระดับสูงของต่างประเทศ แต่ผู้ติดเชื้อไม่มีอาการใดๆ ตามแนวทางคือ หากไม่มีอาการจะอยู่รักษา 10 วัน หากมีอาการจะต้องอยู่รักษาตัวจนหาย หรือหากประเทศต้นทางสามารถจัดเครื่องบินมารับแบบปลอดภัย ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และผู้ติดเชื้อแข็งแรงพอที่จะเดินทางได้ ก็จะอนุญาตให้ออกนอกประเทศได้ สำหรับคณะที่เดินทางมาด้วยมีจำนวน 12 คน ถือว่าเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิด แต่ผลการตรวจโพรงจมูกหาเชื้อเป็นลบ ตามแนวปฏิบัติจะดำเนินการกักกันโรคและให้เดินทางออกนอกประเทศด้วยเที่ยวบินพิเศษโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
เมื่อผลแล็บยืนยันตรงกันจึงได้เชิญเข้ารับการรักษาภายในห้องแยกโรคความดันเป็นลบ ที่สถาบันบำราศนราดูร ตอนตี 5 และมีการตรวจแล็บซ้ำอีกครั้ง ผลตรงกันเป็นบวกติดเชื้อ โดยเป็นชายอายุ 47 ปี ผู้ติดเชื้อไม่มีอาการใดๆ ซึ่งจะมีการรายงานเป็นยอดผู้ติดเชื้อสะสมของประเทศไทย ในวันที่ 5 พ.ย.63แต่เป็นการติดเชื้อจากต่างประเทศ เหมือนกับกรณีผู้เดินทางจากต่างประเทศมาไทยและตรวจเจอในการเข้ากักตัวในสถานที่กักกัน

“ตามข้อกำหนดมาตรการหากเจอผู้ติดเชื้อในไทยและเดินทางจากต่างประเทศ 1.จะต้องอยู่ในระบบรักษาจนครบอย่างน้อย 10 วัน หรือ จนกว่าจะไม่มีอาการ หรือ 2.ประเทศนั้นจัดเครื่องบินจากประเทศต้นทางและมีระบบป้องกันการแพร่เชื้อมารับกลับประเทศและผู้ป่วยแข็งแรงที่จะ เดินทางได้ ส่วนผู้ใกล้ชิดสูงทั้ง 12 คนไม่ติดเชื้อ แต่มีการกักตัวและจะเดินทางออกนอกประเทศพร้อมกันกับรัฐมนตรีแต่เครื่องบินคนละลำ” นพ.โอภาส กล่าว

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *