อานนท์ นำภา โพสต์เฟซบุ๊กจนท.พยายามนำตัว”ไผ่-ไมค์”ออกจากคุกไปตรวจโควิดเกรงอันตราย – เลขาฯรมว.ยธ. แจงนำไปตรวจเพราะมาจากเรือนจำพื้นที่เสี่ยงด้านส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ได้เรียกร้องให้มีการตรวจสองกล้องวงจรปิดในห้องขังเรือนจำและราชทัณฑ์ชี้แจงต่อประชาชน

เพจเฟซบุ๊ก อานนท์ นำภา โพสต์ข้อความระบุ “ด่วนที่สุด” ข้อความจากศาล 16 มี.ค. 2564 (ข้อความเป็นคำร้องที่เขียนต่อศาลเพื่อแจ้งให้ทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้น อาจจะรีบเขียนจึงลงวันที่ผิด)

สำหรับข้อความดังกล่าว ถูกเขียนด้วยปากกาน้ำเงิน ลงลายมือชื่อของ นายอานนท์ นำภา ผู้ต้องหาคดี ม.112 ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำร่วมกับแกนนำคนอื่นๆ ระบุว่า
เมื่อคืนนี้( 15 มี.ค.) เวลาประมาณ 21.30 ได้มีเจ้าหน้าที่เรือนจำพยายามนำตัว ไผ่และไมค์ ไปควบคุมนอกแดน พวกเราไม่ยอมเพราะเป็นเวลาวิกาล จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้กลับออกไปจากห้องขัง แล้วกลับมามากกว่าเดิมพร้อมกระบอง เวลา 23.45, 00.15 และ 02.30 โดยสองครั้งแรกเจ้าหน้าที่มาพร้อมเจ้าหน้าที่อีกชุดสีน้ำเงินเข้ม แต่ไม่ติดป้ายชื่อ และแจ้งว่าจะหาทั้งหมดไปตรวจโควิดพวกเราไม่ยอมเพราะวิสัยที่จะนำผู้ต้องขังออกนอกแดนในเวลาหลังเที่ยงคืน
ภายใต้ข่าวลือว่าจะมีการส่งคนเข้าไปทำร้ายหมายเอาชีวิตพวกเราในเรือนจำ และเกรงจะเสียชีวิตเหมือนหมอยหยองและคนอื่นอื่น ผมไม่ได้นอนทั้งคืน เพราะเกรงอันตราย ได้โปรดช่วยชีวิตพวกเราด้วย
ลงลายมือชื่อ อานนท์ นำภา วันที่ 16 มี.ค.63 เรื่องเขียน

ขณะที่นายกฤษฎาง นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า ข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ทนายอานนท์ ได้เขียนเอาไว้ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาในยามวิกาลและสวมชุดสีน้ำเงินเข้ม ไม่ติดป้ายชื่อ โดยจดหมายฉบับดังกล่าว ทนายอานนท์ ได้เขียนที่ศาลอาญา เมื่อเช้านี้ ซึ่งมีการนัดสืบพยาน และในช่วงบ่ายตนจะไปพบนายอานนท์ แต่เบื้องต้นได้คุยกับทนายที่ไปศาลอาญายืนยันว่าเป็นจดหมายดังกล่าวเป็นจดหมายของนายอานนท์จริง

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่กระทรวงยุติธรรม นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดและโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการเผยแพร่จดหมายของนายอานนท์ นำภา แกนนำราษฎร เพื่อขอความช่วยเหลือเนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตรายถึงชีวิต หลังถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวออกนอกเเดนในยามวิกาล ว่า ตนได้ให้กรมราชทัณฑ์ตรวจสอบและได้รับรายงานว่าภายหลังจากที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้รับย้าย ตัวนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ “ไมค์” นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” แกนนำราษฎร และนายบียรัฐ จงเทพ หรือ “โตโต้” แกนนำกลุ่ม Wevo มาจากเรือนจำพิเศษธนบุรี เมื่อเวลาประมาณ 18.40 น. เจ้าหน้าที่ได้ตรวจร่างกาย ก่อนนำตัวมาคุมขังพร้อมกับผู้ต้องขังคนอื่นอีก 9 ราย ในห้องควบคุมผู้ต้องขังภายในแดนแรกรับ เพื่อแยกกักโรคตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของกรมราชทัณฑ์ ต่อมาเวลา 23.00 น. นายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ฝ่ายปฏิบัติการ พร้อมด้วยคณะแพทย์และพยาบาลจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ได้เข้ามาดำเนินการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ในกลุ่มผู้ต้องขังภายในห้องดังกล่าว ซึ่งมีทั้งสิ้น 16 ราย แต่มีผู้ต้องขังที่ให้ความร่วมมือเพียง 9 ราย และไม่ประสงค์ให้ความร่วมมือในการตรวจหาเชื้อ 7 ราย คือ นายอานนท์ พร้อมพวกจึงต้องแยกกลุ่มผู้ต้องขังดังกล่าวออกจากผู้ต้องขังที่ยินยอมรับการตรวจเชื้อ เพื่อเป็นการแยกกักกันโรคและสังเกตอาการเพิ่มเติมที่สถานพยาบาล ตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด


ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีรัตน์ เลขานุการรมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่นายอานนท์ นำภา เขียนจดหมายด้วยลายมือตัวเองโดยมีเนื้อหาระบุว่าถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำพยายามนำตัวนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ไปควบคุมนอกแดนในยามวิกาล จึงเกรงไม่ปลอดภัยต่อชีวิตว่า

ในเรื่องนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม สั่งการให้ตนไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว และให้กรมราชทัณฑ์ทำรายงานรายละเอียดเรื่องราวที่เกิดขึ้น เบื้องต้น ทราบว่าจดหมายดังกล่าวนายอานนท์ เขียนขึ้นที่ศาลระหว่างทำหน้าที่ทนายว่าความในคดีอื่น และส่งให้เพื่อนนำไปโพสต์ในเพจส่วนตัวเนื่องจากไม่มีการอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์

ทั้งนี้ ข้อปฏิบัติการรับตัวผู้ต้องขังที่มาจากภายนอกทั้งที่ถูกเบิกตัวไปขึ้นศาล หรือไปรพ.ภายนอก ก็จะต้องถูกกักตัวในห้องกักโรคเป็นเวลา 14 วัน กรณีของไมค์และไผ่ ย้ายมาจากเรือนจำพิเศษธนบุรี ซึ่งเป็นย่านที่มีความเสี่ยงแพร่ระบาดโควิด-19 จึงต้องมีการตรวจคัดกรองตามมาตรการป้องกันโควิด-19

“ในการตรวจคัดกรองโควิด-19 มีนพ.วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นผู้ตรวจ กลุ่มที่ย้ายมาจากเรือนพิเศษธนบุรีมีทั้งหมด 9 คน บางคนไม่ยอมให้ตรวจทำให้ยังไม่มีการตรวจ

ทั้งนี้ การดูแลผู้ต้องขังคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมืองมีคำสั่งให้ต้องมีการบันทึกเทป และเสียง ซึ่งเหตุการณ์วานนี้ก็มีการบันทึกไว้เช่นกัน ยืนยันการตรวจโควิด-19 ก็เพื่อความปลอดภัยของผู้ต้องขัง ไม่ใช่เป็นการปฏิบัติสองมาตรฐาน และไม่ได้เป็นการอุ้มฆ่า ในเรือนจำมีผู้ต้องขังจำนวนมาก ขนาดแตะตัวแกนนำยังไม่สามารถทำได้เลย”

เลขานุการ รมว.ยุติธรรม ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือ เพนกวิน ประกาศอดอาหารประท้วงที่ศาลไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวว่า เบื้องต้นตนจะไปถามว่าหิวหรือไม่ หากหิวก็จะจัดหาอาหารให้ พร้อมสอบถามเหตุที่ต้องประท้วงด้วยวิธีดังกล่าว ซึ่งการอดอาหารเป็นเวลานานแต่ยังดื่มน้ำก็คงไม่เป็นอะไรมาก แต่หากมีอาการป่วยเรือนจำก็ต้องนำส่ง รพ.ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 16 มีนาคม 2564 ที่กรมราชทัณฑ์ ท่าน้ำนนท์ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยนางสาวเบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล, นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล, และนายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล เดินทางมาเพื่อยื่นหนังสือขอทราบข้อเท็จจริงต่อกรมราชทัณฑ์ ในกรณีเหตุการณ์คุกคามนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา “ไผ่ ดาวดิน” และนายภานุพงศ์ จาดนอก “ไมค์ ระยอง” สองผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กรณีการชุมนุมของกลุ่มราษฎร

โดยมีความพยายามนำตัวทั้งสองออกจากแดนคุมขังที่ 2 ในเรือนจำพิเศษ กรุงเทพมหานคร ออกจากแดนคุมขังกลางดึก โดยอ้างว่าจะนำไปตรวจโรคโควิด-19 โดยเป็นการกระทำหลายระลอก มีการใช้เจ้าหน้าที่พร้อมกระบองเสริมกำลังเข้ามากดดัน และมีการนำตัวบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ใส่ชุดสีน้ำเงิน ไม่ระบุชื่อและสังกัด เข้ามาร่วมปฏิบัติการ ต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของคืนวันที่ 15 มีนาคม 2564 ไปจนถึงเวลา 03.00 น.ของเช้าวันที่ 16 มีนาคม 2564 แต่ทั้งสองปฏิเสธที่จะปฏิบัติตาม เนื่องจากเป็นการปฏิบัติที่ผิดปกติวิสัย ท่ามกลางข่าวลือว่าจะมีการทำร้ายร่างกายผู้ต้องขังคดีการชุมนุมกลุ่มราษฎรในเรือนจำ

ซึ่งนางอมรัตน์ ได้เดินทางมาถึงกรมราชทัณฑ์ในเวลาประมาณ 14.00 น. พร้อมกับมีประชาชนผู้มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เข้าร่วมสังเกตการณ์และขอรับทราบข้อเท็จจริงร่วมกับนางอมรัตน์ด้วย โดยทางกรมราชทัณฑ์ ได้ส่งนายแพทย์วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เข้าพบเพื่อรับหนังสือและอธิบายข้อเท็จจริงต่อนางอมรัตน์

โดยหนังสือของ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ได้เรียกร้องให้มีการตรวจสองกล้องวงจรปิดในห้องขังเรือนจำ และตรวจสอบบุคคลแปลกหน้าที่เข้าออกเรือนจำกลางดึกเมื่อคืนนี้ และขอให้ชี้แจงกับประชาชนให้เกิดความกระจ่างและความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *