ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ โรงเรียนที่มีขนาดใหญ่ จำนวน 4,500 แห่ง ในสังกัด สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน( สพฐ.) ที่มีการสลับวันเรียนได้กลับมาเป็ดเรียน onsiteเต็ม 100% รวมถึงโรงเรียนในสังกัด กทม. ด้วยภายหลังที่ศบค.ชุดใหญ่เห็นชอบข้อเสนอของกระทรวงศึกษาธิการให้เปิดเรียนได้ตามปกติ

โรงเรียนอนุบาลยะลา วันที่ 13 สิงหาคม 2563 นายวิสุทธิ์ ชูมัง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเพื่อติดตามการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนอนุบาลยะลา ในการทดลองเปิดเรียนวันแรกแบบ On-site ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เต็มรูปแบบทั่วประเทศ โดยมีนายไพศาล ว่องภาณุสกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลยะลา ให้การต้อนรับ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศโรงเรียนต่าง ๆ ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลกที่เริ่มเปิดการเรียนการสอนเต็มรูปแบบ โดยที่โรงเรียนอนุบาลโรจนวิทย์พิษณุโลก โรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่ บรรยากาศการเข้าเรียนวันนี้โรงเรียนยังคงมาตรการคุมเข้มป้องกันโควิด-19 เหมือนช่วงเริ่มเปิดเทอมวันแรก นักเรียนทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย และผ่านจุดคัดกรองเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิ และล้างมือด้วยเจลแอกอฮอล์

จากนั้นจะผ่านการบันทึกข้อมูลนักเรียนทุกคนผ่านระบบสแกนคิวอาร์โค้ด โดยคุณครูจะใช้โทรศัพท์มือถือ สแกนคิวอาร์โค้ดของนักเรียนทุกคนที่ผ่านจุดคัดกรอง ข้อมูลของนักเรียนจะถูกส่งเข้าเก็บในระบบบันทึกของโรงเรียน ส่วนการเรียนการสอนนั้น ในช่วงเริ่มเปิดเทอมใหม่ ๆ โรงเรียนเปิดสอนครบทุกระดับชั้น ใช้วิธี เพิ่มจำนวนห้องให้มากขึ้นเพื่อลดความแออัดของนักเรียน ปัจจุบัน ได้รวบจำนวนห้องมาเข้าสู่ระบบการเรียนตามปกติแล้ว

ส่วนที่โรงเรียนจ่าการบุญ อ.เมือง จ.พิษณุโลก วันแรกของการเปิดสอนเต็ม 100 % ประตูทางเข้าโรงเรียนสองด้าน ยังคงคุมเข้มด้วยมาตรการตรวจวัดแอลกอฮอล์ กำหนดให้นักเรียนทุกคนสวมหน้ากากอนามัย และล้างมือด้วยแอกอฮอล์ก่อนเข้าโรงเรียน วันนี้นักเรียนประมาณ 1,700 คน มาเรียนเต็มครบทุกชั้น หลังจากช่วงเปิดเทอมวันแรก โรงเรียนแบ่งนักเรียนออกเป็นสองกลุ่ม และ สลับให้นักเรียนมาเรียนที่โรงเรียน

เช่นเดียวกับโรงเรียนในสังกัด กทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กผู้ว่าฯอัศวินระบุ วันนี้ 13 ส.ค. โรงเรียนสังกัดกทม.ทุกแห่งเปิดเรียนตามปกติพร้อมกับโรงเรียนอื่นๆ ทั่วประเทศ หลังสถานการณ์โควิดดีขึ้น

โรงเรียนในสังกัดกทม.เปิดเรียนเต็มรูปแบบ


ที่ผ่านมาโรงเรียนสังกัดกทม. 437 แห่ง ได้แบ่งทำการเรียนการสอน 2 รูปแบบคือ แบบมาเรียนตามปกติ จำนวน 315 แห่ง และแบบสลับวันเรียนผสมกับการเรียนออนไลน์ 122 แห่ง แต่จากนี้โรงเรียนสังกัดกทม.ทุกแห่ง จะจัดการเรียนการสอนเต็มรูปแบบตามปกติ ตามแนวทางของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งหมายความว่าเด็กนักเรียนทุกคน ทุกระดับชั้น จะต้องกลับมาเรียนในห้องเรียนทุกวันตามปกติ ตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.63 เป็นต้นไป
ยิ่งเปิดเรียนเต็มรูปแบบอย่างนี้ มาตรการเฝ้าระวังและการป้องกันต่างๆ ยิ่งต้องเข้มข้นมากขึ้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดระลอก 2 ซึ่งนอกจากการเฝ้าระวังและป้องกันตั้งแต่จุดคัดกรองบริเวณหน้าโรงเรียน การตั้งจุดแอลกอฮอล์ล้างมือกระจายตามจุดต่างๆ ทั่วโรงเรียน และมาตรการทางสาธารณสุขอื่นๆ แล้ว กทม.จะแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบ ติดตามและประเมินผลในการทดลองการจัดการเรียนการสอนเต็มรูปแบบตามปกติของโรงเรียน ควบคู่ไปกับมาตรการทางสาธารณสุข ทั้งด้านการรักษาความสะอาดภายในโรงเรียน จะต้องมีการทำความสะอาดห้องเรียน โต๊ะเรียน และเก้าอี้ทุกครั้งด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ทั้งก่อนเรียน พักกลางวัน และหลังเรียน โดยมีการบันทึกข้อมูลอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ จะกำชับให้นักเรียนเลี่ยงการยืมสิ่งของต่างๆ เช่น อุปกรณ์การเรียนและของเล่นจากเพื่อน รวมถึงให้มีการเว้นระยะห่าง และการสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่ที่มีนักเรียนรวมกลุ่มกันจำนวนมากด้วย

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *