เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม มูลนิธิชีววิถี หรือ “ไบโอไทย” ได้เปิดเผยข้อมูลผ่านทางเฟซบุ๊ก ถึงกรณีราคากล้วยหอม ที่มีราคาสูง แต่เกษตรกรได้รายได้น้อย โดยว่า “ขณะที่คนไทยซื้อกล้วยหอมราคาใบละ 9 บาทจากร้านสะดวกซื้อ ทราบหรือไม่ว่า รายได้สุทธิที่เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมจะได้รับนั้นอยู่ที่เฉลี่ยใบละ 50 สตางค์เท่านั้น


ไบโอไทยใช้งานศึกษาของนักวิชาการ จากภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อคำนวณรายได้และต้นทุนของเกษตรกรที่ปลูกกล้วยหอมในจังหวัดภาคกลางแห่งหนึ่ง พบว่าเกษตรกรจะมีรายได้สุทธิเฉลี่ยเพียง 50 สตางค์ต่อกล้วยหอม 1 ใบ (ขนาดมาตรฐานใบละ 120 กรัม) หลังจากหักต้นทุนการผลิตแล้วต้นทุนการปลูกกล้วยหอมเป็นต้นทุนคงที่ (ค่าเช่าที่ดิน และค่าเสื่อมสินทรัพย์) ประมาณ 24% และต้นทุนผันแปร (พันธุ์ ปุ๋ย สารเคมี ค่าแรง ฯลฯ) ประมาณ 76%โดยต้นทุนผันแปรที่มีสัดส่วนสูงที่สุดคือค่าใช้จ่ายเรื่องปุ๋ยและสารเคมีกำจัดศัตรูพืช คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 32% ของต้นทุนผันแปรทั้งหมด (ซึ่งงานศึกษาดังกล่าวมิได้ระบุชัดว่าเกษตรกรมีข้อผูกพันต้องซื้อจากเครือบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นเจ้าของค้าปลีกค้าส่งหรือไม่)อาหารราคาแพงที่ผู้บริโภคจ่าย ไม่ได้หมายความว่าเกษตรกรรายย่อยจะได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมแต่ประการใด”

ทั้งนี้ ยังได้ระบุด้วยว่า สหรัฐอเมริกา ขายกล้วยหอมในห้างสรรพสินค้า 6 บาท เทียบกับค่าแรงขั้นต่ำ 1,740 บาท ขณะที่สหราชอาณาจักร กล้วยหอม 1 ใบ ราคา 11 บาท กับค่าแรงขั้นต่ำ 2,750 บาท ต่อวัน

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *